รีเซต

ผลการค้นหา “How to Survive My CEO” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
หมดเงินเป็นล้านซื้อ เครื่องจักรไฮเทค แต่ทำไมค่าไฟไม่ลด?
อ่าน

หมดเงินเป็นล้านซื้อ เครื่องจักรไฮเทค แต่ทำไมค่าไฟไม่ลด?

#ทันหุ้น-ท่านผู้อ่านคะ ท่านเคยเจอเรื่องตลกร้ายแบบนี้ไหมคะ? ลงทุนติดตั้งระบบเซนเซอร์ราคาแพงเพื่อเตือนเมื่อการใช้ไฟพุ่งสูง แต่พอสัญญาณเตือนดัง พนักงานกลับเดินไปปิดเสียง แล้วทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะรำคาญเสียงเตือนสัปดาห์นี้ดิฉันขอพักเรื่องตัวเลขและการเงิน มาคุยเรื่อง "หัวใจ" ของความสำเร็จในการทำ Green Tech กันบ้าง นั่นคือเรื่อง "คน" ค่ะจากการที่ดิฉันได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้หลายโรงงาน พบปัญหาสุดคลาสสิกที่ผู้บริหารมักมองข้าม คือเรามัวแต่ไปโฟกัสที่การเลือกเทคโนโลยีว่าต้องรุ่นล่าสุด ต้องประหยัดไฟเบอร์ 5 แต่เราลืมอัพเกรดซอฟต์แวร์ที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ทัศนคติของพนักงานลองจินตนาการดูนะคะ เราซื้อรถเฟอร์รารี่มา แต่คนขับยังขับเหมือนขับรถอีแต๋น เหยียบคันเร่งมิดแล้วเบรกกะทันหัน รถดีแค่ไหนก็พัง จริงไหมคะในโครงการ Green Tech ก็เช่นกันค่ะ ถ้าท่านไม่อยากให้เงินลงทุนกลายเป็นแค่ ของประดับโรงงาน นี่คือ 3 สิ่งที่ท่านต้องรีบทำกับทีมงาน ก่อนที่จะเริ่มติดตั้งระบบค่ะ1. เปลี่ยนความกลัว ให้เป็นความเข้าใจเชื่อไหมคะว่า ศัตรูตัวฉกาจของ Green Tech ไม่ใช่เทคนิคที่ซับซ้อน แต่คือความกลัวของพนักงานเก่าแก่ ที่คิดว่า เอาหุ่นยนต์มาวัดไฟ เดี๋ยวฉันก็ตกงานสิ หรือระบบอะไรยุ่งยาก เพิ่มภาระงานชัดๆเมื่อเขากลัว เขาจะต่อต้าน อาจจะด้วยวิธีการไม่ให้ความร่วมมือ หรือแกล้งทำเป็นใช้ไม่เป็น หน้าที่ของผู้บริหารคือต้องสื่อสารให้ชัดว่า เทคโนโลยีนี้มาเพื่อ ช่วยเขา ไม่ใช่มา ไล่เขาออก เช่น บอกให้ชัดเจนว่า ระบบ IoT นี้จะช่วยให้ไม่ต้องเดินจดมิเตอร์ร้อนๆ ทุกชั่วโมง แต่ให้นั่งดูผ่านมือถือสบายๆ แล้วเอาเวลาไปดูแลเครื่องจักรจุดอื่นแทน2. เปลี่ยนคำสั่ง ให้เป็นเกมการออกคำสั่งว่า ห้ามเปิดแอร์ต่ำกว่า 25 องศา หรือ ห้ามเดินเครื่องพร้อมกัน มักได้ผลแค่ตอนหัวหน้าเดินผ่านค่ะ ลองเปลี่ยนวิธีบริหารแบบนักธุรกิจหญิงดูไหมคะ? ใช้การทำ Energy KPIดิฉันเคยแนะนำให้โรงงานหนึ่ง แบ่งโซนแข่งกันประหยัดไฟระหว่างแผนก โดยมีหน้าจอโชว์กราฟ Real-time ที่โรงอาหาร แผนกไหนทำค่า Peak Demand ได้ต่ำที่สุดในเดือนนั้น มีรางวัลเป็นโบนัสพิเศษหรือเลี้ยงบุฟเฟต์ทั้งแผนก ผลลัพธ์น่าทึ่งมากค่ะ จากที่ต้องคอยดุ พนักงานกลับช่วยกันเตือนเพื่อนร่วมงานกันเองว่า อย่าเพิ่งเดินเครื่องจักรตัวใหญ่นะ กราฟกำลังพุ่ง เดี๋ยวเราแพ้แผนก B เป็นไงคะ ผลลัพธ์ที่ได้ พลังของ Teamwork ชนะทุกเทคโนโลยี3. สร้างฮีโร่ ในองค์กรท่านทำคนเดียวไม่ไหวหรอกค่ะ ท่านต้องหาหัวหมู่ทะลวงฟัน ในระดับปฏิบัติการ ลองมองหาพนักงานรุ่นใหม่ หรือหัวหน้างานที่มีแวว สนใจเทคโนโลยี แต่งตั้งเขาเป็น Green Champion ส่งเขาไปอบรม ให้ความรู้ และให้อำนาจเขาในการดูแลโปรเจ็กต์เมื่อคำแนะนำเรื่องการประหยัดพลังงาน มาจากเพื่อนร่วมงานด้วยกันเอง (ไม่ใช่คำสั่งจากเบื้องบน) พนักงานมักจะเปิดใจรับฟังมากกว่า และเกิดวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ขึ้นมาจริงๆบทสรุป: Technology is just a tool.สุดท้ายนี้ ดิฉันขอย้ำว่า เทคโนโลยีเป็นแค่เครื่องมือ แต่คนคือผู้ใช้งาน การลงทุนใน Green Tech ที่คุ้มค่าที่สุด จึงต้องเริ่มจากการลงทุนใน "คน" ของท่านก่อนบทความหน้า เราจะมาสรุปภาพรวมทั้งหมด และดิฉันมี Case Study ลับ ของบริษัทไทยที่เริ่มจากติดลบ แต่ใช้กลยุทธ์ Green Tech จนกลายเป็นผู้นำตลาดมาเล่าให้ฟัง ห้ามพลาดนะคะ!

บสย. ผนึก สภาอุตฯ ดันเครดิตสกอริ่ง ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ
อ่าน

บสย. ผนึก สภาอุตฯ ดันเครดิตสกอริ่ง ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ

#ทันหุ้น บสย. ผนึก สภาอุตสาหกรรมฯ ชูมาตรการเฉพาะจุด ช่วย SMEs ฝ่าพิษเศรษฐกิจ เร่งต่อยอด “เครดิตสกอริ่ง” ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมด้วย นางดุสิดา ทัพวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานบริหารช่องทางและพัฒนาผู้ประกอบการ และทีมงาน เข้าพบ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. และคณะผู้บริหาร สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือสนับสนุนผู้ประกอบการไทยใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่1. กำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่ม Small และ Medium ของ บสย. และสมาชิก ส.อ.ท. ครอบคลุมมิติต่างๆ ทั้งด้านการเงิน การเข้าถึงสินเชื่อผ่านกลไกค้ำประกันของ บสย. การส่งเสริมการตลาด การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการผลิตและการแข่งขัน จากปัจจุบัน บสย. มีจำนวนลูกค้าสะสมกว่า 9 แสนคน โดยกว่า 20% เป็นผู้ประกอบการในกลุ่ม Small และ Medium โจทย์สำคัญคือเพื่อให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ สามารถอยู่รอด อยู่ได้ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ2. วิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรมที่ต้องได้รับการส่งเสริม “มาตรการเฉพาะจุด” เพื่อร่วมกันหามาตรการให้ความช่วยเหลือสมาชิก ส.อ.ท. และลูกค้า บสย. อย่างเฉพาะจุด ทั้งอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ หรืออุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโต และเป็นจุดแข็งของประเทศไทย แต่จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมเพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จ อาทิ เกษตรแปรรูป ธุรกิจอาหารเพื่อส่งออก ฯลฯ3. ผนึกกำลังร่วมพัฒนา “เครดิตสกอริ่ง” ต่อยอดจาก “TCG Score” ของ บสย. เพื่อประเมิน ระดับความเสี่ยงทางการเงิน ความสามารถในการแข่งขัน และเสถียรภาพของ SMEs ในแต่ละกลุ่ม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนธุรกิจและการเข้าถึงสินเชื่อในอนาคตของแต่ละกลุ่ม รวมไปถึงการให้คำแนะนำในการปรับตัวให้กับผู้ประกอบการที่ยังต้องการการพัฒนาต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน ให้ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง (Financial Inclusion)การหารือในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง บสย. และ ส.อ.ท. ในการผลักดันมาตรการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทย และเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ SMEs อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมยกระดับความร่วมมือระหว่างกันตลอดปี 2569

สหภาพแรงงาน Ubisoft สุดทน! จี้ CEO ลาออก ชี้อยู่ไปก็ไร้ศรัทธา ไม่คาดหวังอะไรอีกแล้ว
อ่าน

สหภาพแรงงาน Ubisoft สุดทน! จี้ CEO ลาออก ชี้อยู่ไปก็ไร้ศรัทธา ไม่คาดหวังอะไรอีกแล้ว

สถานการณ์ในรั้ว Ubisoft ค่ายเกมดังสัญชาติฝรั่งเศสดูท่าจะเข้าขั้นวิกฤตจนยากจะเยียวยา เมื่อความไม่พอใจในหมู่พนักงานกำลังถึงขีดสุดหลังต้องเผชิญมรสุมข่าวร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะเป็นการปลดคนระลอกใหญ่ โปรเจกต์เกมหลายเกมถูกยกเลิก และการปิดตัวของสตูดิโอหลายแห่ง จนความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัทดิ่งลงเหวแบบกู่ไม่กลับล่าสุด สมาชิกสหภาพแรงงาน Solidaires Informatique ในฝรั่งเศส นำโดย Marc Rutschlé และ Chakib Mataoui ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ โดยเรียกร้องให้ Yves Guillemot ซีอีโอคนปัจจุบัน ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น โดยทั้งสองเปิดเผยผ่านสื่อ Game Developer ว่าบรรยากาศภายในบริษัทตอนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด พนักงานรู้สึกเหมือนถูกผู้บริหารหักหลัง โดยเฉพาะจากนโยบายบังคับเข้าออฟฟิศ (Return-to-Office) และมาตรการรัดเข็มขัดที่มุ่งลดต้นทุนกว่า 200 ล้านยูโร ซึ่งสร้างความไม่พอใจไปทั่วทั้งองค์กรMarc Rutschlé กล่าวถึงซีอีโออย่างดุเดือดว่า "ผมไม่คาดหวังอะไรจากผู้ชายคนนี้อีกแล้ว... ผมคิดว่าระดับความเกลียดชังที่ผู้คนมีต่อเขามันมากเสียจนเขาควรจะไปได้แล้ว เพื่อที่เราจะได้เริ่มสร้างความเชื่อใจกันใหม่สักที"แม้พวกเขาจะยอมรับว่า Yves อาจไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดเพียงลำพัง แต่ในฐานะเจ้าของบริษัทและผู้นำสูงสุด เขาคือคนที่ต้องรับผิดชอบ เพราะว่า "ท้ายที่สุดแล้ว ยังไง Ubisoft ก็คือบริษัทของเขา" และตราบใดที่เขายังนั่งเก้าอี้นี้ พนักงานก็มองไม่เห็นทางสว่างเลย ว่าจะกลับมาศรัทธาในบริษัทนี้ได้อีกอย่างไรCharlie Guillemotนอกเหนือจากนี้ยังมีประเด็นเรื่อง "ระบบอุปถัมภ์" (Nepotism) เข้ามาเติมเชื้อไฟอีก เพราะมีการตั้งข้อสังเกตถึง Vantage Studio ซึ่งเป็นสตูดิโอใหม่ภายใต้ร่มเงา Tencent แต่กลับแต่งตั้งให้ลูกชายของ Yves อย่าง Charlie Guillemot นั่งแท่นผู้นำ ดูแลแฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่อย่าง Assassin's Creed, Rainbow Six และ Far Cry แม้ว่าเขาไม่เคยมีผลงานแบบเป็นชิ้นเป็นอันมาก่อน อีกทั้งพนักงานยังมองด้วยว่าการขาดความหลากหลายในองค์กร จะยิ่งทำลายความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ ๆ อีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของค่ายเกมยักษ์ใหญ่เจ้านี้ และหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงระดับหัวเรือใหญ่ ก็ยากที่จะเห็น Ubisoft กลับมายืนผงาดและชนะใจเหล่าพนักงานหรือแม้แต่เกมเมอร์กลับคืนมาได้ในเร็ววันแปลและเรียบเรียงจากTech4Gamers

7 วิธีจัดการสภาพคล่องสำหรับมนุษย์เงินเดือน
อ่าน

7 วิธีจัดการสภาพคล่องสำหรับมนุษย์เงินเดือน

รวมวิธีวางแผนการเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน มีเงินเก็บ ทำได้จริง การมีรายได้ประจำทุกเดือนเปรียบเสมือนดาบสองคมที่หากขาดการบริหารจัดการที่ดี เงินที่หามาได้อาจหมดไปกับค่าครองชีพและสิ่งของฟุ่มเฟือยอย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน พรอมิสขอเสนอแนวทางวิธีจัดการสภาพคล่อง และการวางแผนการเงินฉบับมืออาชีพที่จะเปลี่ยนนิสัยการใช้เงินของคุณให้มั่นคงและยั่งยืน เพื่อสร้างรากฐานความมั่งคั่งให้มนุษย์เงินเดือนทุกคนอย่างแท้จริง การวางแผนการเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือนสำคัญอย่างไร การวางแผนการเงินไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเก็บเงินให้ได้ยอดสูง ๆ เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการสร้าง "อิสรภาพและการจัดการความเสี่ยง" เมื่อคุณมีแผนที่ทางการเงินที่ชัดเจน คุณจะสามารถควบคุมรายจ่าย วิธีจัดการสภาพคล่อง ในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเครียดสะสมจากภาระหนี้สิน และที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมความพร้อมสำหรับเป้าหมายในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อที่อยู่อาศัย การท่องเที่ยว หรือการเกษียณอายุอย่างมีคุณภาพ 7 วิธีวางแผนการเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน เพื่อให้พนักงานประจำสามารถเริ่มต้นวิธีจัดการสภาพคล่องได้ตั้งแต่วันนี้ เราขอแนะนำ 7 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่คุณสามารถลงมือทำได้ทันทีดังนี้ 1. แบ่งเงินทันทีที่เงินเดือนเข้า กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดของวิธีจัดการสภาพคล่องคือการ "ออมก่อนใช้" ทันทีที่เงินเดือนถูกโอนเข้าบัญชี ให้คุณแยกเงินออมออกมาอย่างน้อย 10-20% ไปไว้ในอีกบัญชีหนึ่งทันที การทำเช่นนี้จะช่วยบังคับนิสัยการใช้เงินของคุณให้อยู่ภายใต้งบประมาณที่เหลืออยู่จริง ป้องกันปัญหาการใช้เงินเพลินจนไม่เหลือเก็บในช่วงปลายเดือน 2. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ไม่มีวิธีจัดการสภาพคล่องใดจะดีไปกว่าการรู้ว่าเงินไหลออกไปที่ไหนบ้าง การจดบันทึกรายจ่ายทุกประเภทผ่านแอปพลิเคชันหรือสมุดบันทึกจะทำให้คุณมองเห็น "รายจ่ายแฝง" เช่น ค่าสมาชิกรายเดือนที่คุณไม่ได้ใช้งานจริง หรือค่ากาแฟสะสมในแต่ละวัน เมื่อเห็นข้อมูลเหล่านี้ คุณจะสามารถวิเคราะห์และตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้แม่นยำขึ้น 3. อย่าประมาทเรื่องฉุกเฉิน การเตรียม "เงินสำรองฉุกเฉิน" (Emergency Fund) คือเกราะป้องกันชีวิตขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี โดยควรสะสมเงินส่วนนี้ให้ได้ประมาณ 3-6 เท่าของรายจ่ายรายเดือน เพื่อใช้รองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น การเจ็บป่วยกะทันหัน หรือภาวะว่างงานชั่วคราว เงินก้อนนี้จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตต่อได้โดยไม่ต้องไปกู้ยืมจนเสียสภาพคล่อง 4. ใช้เงินสดมากกว่าบัตรเครดิต แม้การรูดบัตรเครดิตจะมอบความสะดวกสบายและคะแนนสะสม แต่ก็แฝงไปด้วยความเสี่ยงในการใช้เงินเกินตัว การเลือกใช้เงินสดหรือเงินโอนในกระเป๋าจะช่วยให้คุณตระหนักถึงมูลค่าของเงินที่จ่ายไปได้ชัดเจนกว่า การเห็นยอดเงินในบัญชีลดลงจริงเป็นวิธีจัดการสภาพคล่องที่ช่วยชะลอความต้องการซื้อสิ่งของที่ยังไม่จำเป็นได้ดีเยี่ยม 5. ตั้งเป้าหมายการออมที่ชัดเจน แรงจูงใจคือสิ่งสำคัญในการออมเงิน คุณควรตั้งเป้าหมายที่วัดผลได้จริง เช่น "ออมเงินดาวน์รถ 100,000 บาทภายใน 12 เดือน" การมีเป้าหมายที่จับต้องได้จะทำให้การประหยัดในแต่ละวันมีความหมาย และช่วยให้คุณรักษาวินัยทางการเงินได้นานกว่าการออมไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมาย 6. ตัดรายจ่ายเล็ก ๆ ที่บ่อยเกินไป พฤติกรรม "จ่ายยิบย่อย" คืออุปสรรคสำคัญของวิธีจัดการสภาพคล่องของมนุษย์เงินเดือน เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ทุกมื้อ หรือการซื้อของสะสมตามกระแสรายวัน หากลองรวบรวมยอดเงินยิบย่อยเหล่านี้ดูจะพบว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ที่นำไปต่อยอดการลงทุนหรือใช้ในกรณีจำเป็นได้มหาศาล 7. หารายได้เสริมเล็ก ๆ เพิ่มเติม ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การมีรายได้จากทางเดียวอาจมีความเสี่ยง ลองใช้ทักษะที่คุณมี เช่น งานกราฟิก งานเขียน หรือการขายของออนไลน์ มาสร้างรายได้เพิ่มในช่วงวันหยุด รายได้เสริมส่วนนี้จะช่วยเป็นตัวช่วยวิธีจัดการสภาพคล่องให้มีความคล่องตัวขึ้น และช่วยเร่งให้เป้าหมายการออมสำเร็จรวดเร็วยิ่งขึ้น สรุปบทความ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและนำวิธีจัดการสภาพคล่อง ทั้ง 7 ข้อไปใช้ เป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำพามนุษย์เงินเดือนไปสู่ความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว แม้ในช่วงแรกอาจจะดูยากลำบากในการปรับตัว แต่ผลลัพธ์ที่จะตามมาคือความสบายใจและความอุ่นใจที่มีรากฐานทางการเงินที่แข็งแรง สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาวินัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คุณก้าวผ่านทุกวิกฤตเศรษฐกิจไปได้อย่างยั่งยืน

5 นิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จที่คุณเริ่มทำได้วันนี้
อ่าน

5 นิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จที่คุณเริ่มทำได้วันนี้

ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของโชค หรือพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว หลายครั้งมันคือผลลัพธ์ของ นิสัยเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้แตกต่างจากเรามากนัก แต่พวกเขามีวินัยและรูปแบบความคิดที่ช่วยผลักดันตัวเองไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 5 นิสัยเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ไม่ต้องรอจังหวะชีวิตที่สมบูรณ์แบบ และคุณสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้เลย 1. ตั้งเป้าหมายชัดเจน และเขียนมันลงไป คนที่ประสบความสำเร็จมักรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้ชีวิตลอยไปตามกระแส แต่กำหนดทิศทางอย่างชัดเจน การเขียนเป้าหมายลงบนกระดาษช่วยให้สมองรับรู้ว่ามัน จริงจัง มากกว่าการคิดลอย ๆ ในหัว ลองเริ่มจากเป้าหมายง่าย ๆ เช่น อ่านหนังสือเดือนละ 1 เล่ม เก็บเงินให้ได้ 5,000 บาทใน 3 เดือน ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เมื่อคุณเขียนและทบทวนทุกวัน สมองจะเริ่มมองหาโอกาสที่สอดคล้องกับเป้าหมายนั้นโดยอัตโนมัติ นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างความสำเร็จ 2. ลงมือทำทันที ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ความคิดดี ๆ ไม่มีค่า ถ้าไม่มีการลงมือทำ คนที่ประสบความสำเร็จมักไม่รอให้ทุกอย่าง พร้อม 100% พวกเขาเริ่มจากสิ่งที่มี แล้วปรับปรุงระหว่างทาง หากคุณอยากพัฒนาทักษะใหม่ อย่ารอให้มีเวลาว่างมากกว่านี้ เริ่มเรียนออนไลน์วันละ 20 นาที หากอยากออกกำลังกาย อย่ารอวันจันทร์หน้า เริ่มวันนี้เลย การลงมือทำแม้เพียงเล็กน้อย จะสร้างแรงผลักดันให้เกิดความต่อเนื่อง และความต่อเนื่องนี่เองที่พาไปสู่ผลลัพธ์ใหญ่ 3. จัดการเวลาอย่างมีระบบ ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือการใช้เวลา คนที่ประสบความสำเร็จมักวางแผนวันของตัวเองล่วงหน้า พวกเขารู้ว่าสิ่งใดสำคัญ และไม่ปล่อยให้เรื่องเล็กน้อยมารบกวนเป้าหมายหลัก เทคนิคง่าย ๆ ที่เริ่มได้วันนี้คือ เขียน 3 สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำในแต่ละวัน ทำงานยากก่อนในช่วงที่สมองสดที่สุด ลดเวลาบนโซเชียลมีเดียลงวันละ 30 นาที เพียงปรับเล็กน้อย เวลาที่ได้คืนมาจะมากกว่าที่คิด และคุณจะเริ่มเห็นความก้าวหน้าอย่างชัดเจน 4. เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก คนที่หยุดเรียนรู้มักถูกทิ้งไว้ข้างหลัง คนที่ประสบความสำเร็จจึงไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะผ่านการอ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ หรือเรียนคอร์สใหม่ ๆ คุณไม่จำเป็นต้องอ่านวันละหลายชั่วโมง แค่วันละ 1015 นาที ก็เพียงพอแล้ว ความรู้เล็ก ๆ ที่สะสมทุกวัน จะกลายเป็นความได้เปรียบในระยะยาว การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ ทำให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น และมองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น 5. มีวินัย และทำแม้ในวันที่ไม่อยากทำ นี่คือนิสัยที่สำคัญที่สุด แรงบันดาลใจอาจมาและไป แต่ วินัย คือสิ่งที่ทำให้คุณเดินหน้าต่อได้ในวันที่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อแท้ คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มีพลังตลอดเวลา พวกเขาก็มีวันที่ไม่อยากทำอะไรเหมือนกัน แต่พวกเขาเลือกทำต่อไป เพราะเข้าใจว่าความสำเร็จเกิดจากความสม่ำเสมอ ไม่ใช่อารมณ์ชั่วคราว หากคุณตั้งใจจะออกกำลังกาย 30 นาที แม้วันนี้รู้สึกขี้เกียจ ลองทำแค่ 10 นาทีแทน อย่างน้อยคุณยังรักษาความต่อเนื่องไว้ได้ และความต่อเนื่องคือหัวใจของผลลัพธ์ระยะยาว บทความที่คุณอาจสนใจ 5 นิสัยที่ทำให้ผู้ชายดูมีเสน่ห์ขึ้นในสายตาสาวๆ โดยไม่ต้องพูดเยอะ 10 ลักษณะ ผู้ชายที่มีเสน่ห์ แบบไหนโดนใจสาว ผู้หญิงเห็นแล้วชอบ วิธีสร้างเสน่ห์และความมั่นใจ ให้เป็นชายในฝันของสาวๆ

6 วิธีรับมือความกลัวของผู้ชายวัย 30+ ทำอย่างไรให้ชีวิตไปต่อได้และมีความสุข
อ่าน

6 วิธีรับมือความกลัวของผู้ชายวัย 30+ ทำอย่างไรให้ชีวิตไปต่อได้และมีความสุข

ถ้าวัย 20 คือช่วง ลองผิดลองถูก วัย 30+ คือช่วงที่หลายคนเริ่มรู้สึกว่า ชีวิตไม่มีปุ่มทดลองอีกแล้ว ความกลัวในวัยนี้ไม่ใช่ความกลัวลอย ๆ แต่มันผูกกับ งาน เงิน ครอบครัว สุขภาพ และคุณค่าในตัวเอง หากต้องการเอาชนะความกลัวในวัย 30+สิ่งสำคัญเริ่มแรกไม่ใช่การฝืนใจให้ ไม่กลัว หรือ "หนีปัญหา" แต่คือการ เข้าใจมัน และจัดการมันในแบบที่เหมาะสมต่างหาก 1. แยกให้ออกว่า เรากลัวอะไรกันแน่ ผู้ชายวัย 30+ จำนวนมากไม่ได้กลัวสิ่งที่คิดว่ากลัวจริง ๆ แต่กลัวสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างหลังมันต่างหาก เช่น กลัวเปลี่ยนงาน จริง ๆ กลัวรายได้ไม่มั่นคง กลัวเริ่มธุรกิจ จริง ๆ กลัวล้มเหลวแล้วเสียหน้า กลัวตัดสินใจผิด จริง ๆ กลัวว่าตัวเอง ไม่เก่งพอ การเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง จะทำให้เราวางแผนรับมือได้ชัดขึ้น 2. เข้าใจว่า กลัว ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ หลายคนในวัยนี้กดความกลัวไว้ เพราะคิดว่า อายุขนาดนี้แล้ว ยังกลัวอยู่อีกเหรอ แต่ความจริงคือ คนที่รับผิดชอบมาก มีสิทธิ์กลัวมาก ดังนั้นคนที่ใส่ใจอนาคต ย่อมคิดเยอะเป็นธรรมดา ความกลัวจึงไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่มันคือสัญญาณว่าคุณ ให้ความสำคัญกับชีวิตตัวเอง เปลี่ยนจากการตำหนิตัวเอง เป็นการบอกว่า ฉันกำลังเรียนรู้จะรับมือ เพราะคุณกำลังเรียรรู้และเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็งต่างหาก 3. แยกให้ออกว่าอะไรควบคุมได้ และอะไรควบคุมไม่ได้ ความกลัวจะรุนแรงที่สุด เมื่อเราพยายามควบคุมทุกอย่างในโลก แต่จริงๆ แล้วเหรียญมันมีสองด้าน สิ่งที่ควบคุมได้ การพัฒนาทักษะ การจัดการเงิน การดูแลสุขภาพ การเลือกพฤติกรรมของตัวเอง สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เศรษฐกิจ ความคิดของคนอื่น อดีตที่ผ่านไปแล้ว โชคบางอย่างในชีวิต แค่โฟกัสสิ่งที่ควบคุมได้ แล้วความกลัวจะเบาลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง 4. เปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็น แผนสำรอง แทนที่จะถามตัวเองว่า ถ้ามันพลาดจะทำยังไง? ให้เปลี่ยนเป็น ถ้าพลาด แผน B ของฉันคืออะไร? ตัวอย่างเช่น กลัวตกงาน สร้างทักษะเสริม + เงินสำรอง กลัวสุขภาพพัง เริ่มขยับร่างกายวันละ 10 นาที กลัวธุรกิจล้ม ลดความเสี่ยงเป็นขั้น ๆ ไม่ทุ่มหมดตัว สมองจะสงบลงทันที เมื่อมันเห็นว่า ยังมีทางไปต่อ 5. หยุดเปรียบเทียบเส้นทางชีวิตกับคนอื่น วัย 30+ คือช่วงที่การเปรียบเทียบทำร้ายใจที่สุด เพื่อนบางคนก้าวหน้าเร็ว บางคนมีครอบครัวแล้ว บางคนดูเหมือนประสบความสำเร็จไปหมด แต่ความจริงคือคุณไม่เคยเห็นเบื้องหลังชีวิตใครครบทั้งเรื่อง ทุกคนมีเวลาของตัวเอง มีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน และมีปัญหาที่ไม่เล่าให้ใครฟังทั้งสิ้น ดังนั้นควรวัดชีวิตจาก ตัวเองในเมื่อวาน ไม่ใช่ไทม์ไลน์ของคนอื่น 6. สร้างความมั่นใจจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน ความมั่นใจในวัย 30+ ไม่ได้มาจากคำพูดสวย ๆ หรือคลิปสร้างแรงบันดาลใจ แต่มาจาก การทำสิ่งเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ จนเชื่อใจตัวเอง เช่น ตื่นและนอนให้ตรงเวลา ดูแลร่างกายสม่ำเสมอ ทำในสิ่งที่สัญญากับตัวเอง แม้จะเล็กน้อย สมองจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่า ฉันพึ่งพาตัวเองได้จริง 7. ยอมรับความจริงว่า ไม่มีใครมั่นใจ 100% คนที่ดูมั่นใจในวัย 3040 ไม่ใช่คนที่ไม่เคยกลัว แต่คือคนที่เข้าใจความกลัวของตัวเอง และไม่ปล่อยให้มันหยุดชีวิต เพราะเป้าหมายของชีวิต ไม่ใช่การ ไม่กลัวเลย แต่คือ กลัวแล้ว ยังเดินต่อได้ จะเห็นได้ว่าความกลัวไม่ใช่ศัตรู แต่คือสัญญาณนำทาง การเอาชนะความกลัวในวัย 30+ ไม่ใช่การฝืนใจให้แกร่งตลอดเวลา แต่มันคือการเข้าใจตัวเองมากขึ้น วางแผนชีวิตอย่างมีสติ และยอมให้ตัวเองค่อย ๆ เติบโต คุณไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด ไม่ต้องเร็วที่สุดแค่ มั่นคงขึ้นวันละนิด ก็เพียงพอแล้ว บทความที่คุณอาจสนใจ สิ่งที่ผู้ชายควรเลิกทำเมื่ออายุ 30 3 นิสัยตอนเช้าที่ผู้ชายดูแพงมักทำกัน 10 นิสัยที่ผู้ชายควรทิ้งไว้ในปีเก่า ถ้าอยากก้าวหน้าและรวยขึ้นในปี 2026 รวมคำพูดที่ทำให้ดูดีมีเสน่ห์ขึ้น 200% เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ แค่ปรับวิธีพูด นิสัยเล็ก ๆ ที่ทำให้ผู้ชายดูน่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องพยายาม ลงทุนฉบับชายวัย 40+ ผู้ชายวัย 40+ ควรลงทุนอะไร เพื่อชีวิตที่สดใสในอนาคต

“โอ๊ต ปราโมทย์” ย้ำชัด! ทำธุรกิจกับเพื่อน ห้ามใครถือเงิน
อ่าน

“โอ๊ต ปราโมทย์” ย้ำชัด! ทำธุรกิจกับเพื่อน ห้ามใครถือเงิน

โอ๊ต ปราโมทย์ ย้ำชัด! ทำธุรกิจกับเพื่อน ห้ามใครถือเงิน ขยันทำงานสุดๆ CEO พ่วงตำแหน่งนักร้อง โอ๊ต ปราโมทย์ ที่ตอนนี้เปิดบริษัทจัดทำคอนเสิร์ต อีเว้นท์ต่างๆ ร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อนซี้ ป๊อบ ปองกูล หลายคนแตกหักกับเพื่อนเพราะทำธุรกิจด้วย มีโอกาสเจอหนุ่ม โอ๊ต เลยขอทริคการทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนซะหน่อย ทำงานทุกวันเหมือนร้อนเงินคือถ้าพี่น้องทุกคนอยู่ในระบบทุนนิยมเหมือนผม เราต้องทำงาน ต้องสู้ใจมันสู้ก็จะได้เงินทองมาในการจับจ่ายใช้สอย แล้วก็เลี้ยงน้องๆ พนักงานด้วย แล้วก็เพิ่งเปิดบริษัทใหม่ด้วย กับพี่ป๊อบ ปองกูล เป็นบริษัทรับทำคอนเสิร์ตจัดอีเว้นท์ ถ้าเรียนแจ้งตรงนี้เลยก็ช่วงประมาณกันยาปีนี้ โอ๊ต-ป๊อบ จะมีคอน เสิร์ตคู่ ทำเอง จัดเอง วาไรตี้คอน เสิร์ต ถ้าใครได้เคยติดตามคอนเสิร์ตโอ๊ต-ป๊อบอยู่แล้ว รอบนี้สนุกเหมือนเดิม จริงๆ แล้วตอนที่ทำบริษัทด้วยกันงานแรกเราเริ่มทำไปคือ กีฬาหลีสู ทำธุรกิจด้วยกันจริงๆ เพิ่งจดทะเบียนเสร็จเมื่อธันวาปีที่ผ่านมา ตอนนี้ก็เริ่มเซ็ตอัพเพื่อที่จะนำทุกอย่างเข้าไปสู่คอนเสิร์ตใหญ่ โอ๊ต-ป๊อบ ปลายปีนี้ หลายคนไม่กล้าทำธุรกิจกับเพื่อนไม่กลัวเลย ไม่เคยมีปัญหากับพาร์ตเนอร์เลย ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร บาร์ก็ไม่มีปัญหา ธุรกิจโคตรคูลที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่งพี่ๆ เวิร์คพอยท์ที่เข้ามาร่วมลงทุนก็ไม่เคยมีปัญหาเลย เพราะเราทำงานโดยความบริสุทธ์ใจและทุกอย่างพยายามดีแคร์ให้มันโปร่งใส ผมว่าส่วนใหญ่คนที่จะทะเลาะกันคือเรื่องเงิน อันนี้สำคัญมากฉะนั้นเราเอง อย่างโคตรคูลเปิดมา 8 ปีแล้ว มันก็การันตีได้แล้วว่าเราไม่เคยจ่ายช้าจ่ายเลทหรือเอาเปรียบคนอื่น ทุกคนก็เลยให้ความเชื่อมั่นในการมาเป็นพาร์ตเนอร์เราในการทำธุรกิจร่วมกัน สิ่งสำคัญที่สุดอย่าให้เพื่อนทำบัญชี อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งถือเงิน คนถือเงินควรเป็นบริษัทบัญชีที่สามารถตรวจสอบได้ อย่าไว้ใจใครเรื่องเงินเรื่องทองบางทีมันไม่เข้าใครออกใคร เราอย่าให้ใครจับเงินดีกว่า ปลอดภัยสุดก็ให้บัญชีดูแลไป เพราะว่าบัญชีผมก็จะใช้บัญชีเป็นอาท์ซอร์ส ก็ค่อนข้างจะเป็นบุคคลที่สามหน่อย จะได้ตรวจสอบได้และเป็นกลาง คือเวลามันมียอดที่น่าสงสัยดูแล้วเอ๊ะ จะได้ช่วยกันตรวจสอบ คือจะได้ตรวจสอบได้ เวลาเพื่อนดูเงินเราจะไปตรวจสอบเพื่อนหรือไปตรวจสอบเงินในบัญชีของเพื่อนผมว่ามันจะมองหน้ากันไม่ติด มันก็จะลำบากใจ ผมไม่รู้นะว่าเพื่อนไว้ใจผมหรือเปล่า แต่ผมก็ไม่เคยโกงเพื่อนไง แล้วก็ไม่เคยโกงคนอื่นเพราะทุกอย่างยอดทุกอย่างผมดีแคร์หมด ไม่ว่าจะเปิดบริษัทเกมกับอาร์ต ยอดทุกเดือนก็จะให้บัญชีสรุปมาแล้วดีแคร์ในแต่ละเดือนว่ามันตรงไหม คือเรื่องนี้มันไม่ทำให้เพื่อนทะเลาะกันหรอก เพราะสุดท้ายแล้วเรากินข้าวเรายังกินกันคนละรสชาติเลย รสนิยมไม่เหมือนกันไม่เป็นไร แต่ที่สำคัญที่สุดคือคนที่สามารถทุบโต๊ะแล้วชี้ไปข้างหน้าได้ว่า เราจะพาบริษัทไปไหนไดเร็คชั่นนี้ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของกันและกัน ในเมื่อเราเป็นพาร์ตเนอร์กันแล้ว

สิ่งที่ผู้ชายควรเลิกทำเมื่ออายุ 30
อ่าน

สิ่งที่ผู้ชายควรเลิกทำเมื่ออายุ 30

ผู้ชายอายุ 30 ไม่ใช่เรื่องของตัวเลข แต่คือ จุดเปลี่ยนของความรับผิดชอบ ผู้ชายอายุ 30 ไม่ได้แก่ แต่ไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ร่างกายไม่ฟื้นตัวเร็วเหมือนเดิม เวลาไม่เหลือเฟือเหมือนวัย 20 และความผิดพลาดเริ่ม มีต้นทุน ที่ต้องชดเชยมากขึ้น เรื่องบางเรื่องจึงไม่ควรไปต่อแล้ว หากคุณไม่อยากให้ตัวเองพังเร็วกว่าวัยอันควร โดยเฉพาะ 5 สิ่งนี้ที่คุณควรหยุด ไม่งั้นชีวิตจะเหนื่อยกว่าที่ควร 1. เมายับ คอไม่พับไม่กลับบ้าน ในวัย 20 การเมาหนักอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องสนุก เป็นสีสันของชีวิต เป็นเรื่องเล่าในวงเพื่อน แต่พออายุเข้าเลข 3 การเมาจนคุมสติไม่ได้ จะไม่ใช่เรื่องเท่ มันคือสัญญาณอันตราย ไม่ใช่แค่กับสุขภาพ แต่กับ ตัวตน และ ความน่าเชื่อถือ ของคุณในระยะยาว เพราะชีวิตคุณไม่ได้มีแค่ตัวคุณคนเดียวแล้ว คุณอาจมีหน้าที่การงาน มีคนรัก ครอบครัว ลูกน้อง หรือคนที่พึ่งพา มีชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และอนาคตที่ต้องปกป้อง ความผิดพลาดจากแอลกอฮอล์ในวัยนี้ ต้นทุนแพงกว่าวัย 20 หลายเท่า 2. นอนดึก กินดึก เล่นเกมยันเช้า ตอนวัยยี่สิบ นอนตีสามตื่นไปทำงานเช้า ยังไหวแบบชิลๆ แต่พอย่างเข้าวัยสามสิบแล้วยังทำต่อบอกเลยว่าหายนะกำลังมาเยือน เพราะร่างกายเริ่มฟื้นตัวช้าลง กลายเป็นปัญหาสุขภาพสะสมที่รอวันระเบิดแบบไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะอ้วนลงพุง โรคหัวใจและหลอดเลือด และอีกมากมาย ที่สำคัญวัยนี้มีเรื่องต้องรับผิดชอบมากขึ้น คุณมีงาน มีคนพึ่งพา มีอนาคตที่ต้องดูแล ผู้ชายที่โตแล้ว ไม่จำเป็นต้องเลิกทำเรื่องที่มีความสุข แค่ต้องรู้ว่าอะไร "ควรพอ"นี่คือเส้นแบ่งระหว่าง ลูกผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ กับ เด็กไม่รู้จักโต 3. ใช้ชีวิตแบบ เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวค่อยคิด ในวัยยี่สิบ การใช้ชีวิตไปวัน ๆ อาจเรียกว่าอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง แต่พออายุเข้าเลขสาม สิ่งเดียวกันจะกลายเป็นการผลักภาระไปให้ตัวเองในอนาคต ผู้ชายจำนวนมากติดอยู่กับการไม่มีเป้าหมายทางอาชีพที่ชัด ไม่รู้ว่ากำลังสะสมทักษะอะไร และใช้ชีวิตแบบรอให้โอกาสวิ่งเข้ามา แทนที่จะลุกขึ้นสร้างมันด้วยตัวเอง แค่เริ่มคิดให้ชัดว่าอีก 35 ปีอยากอยู่จุดไหน แล้วถามตัวเองตรง ๆ ว่างานที่ทำอยู่พาไปถึงตรงนั้นได้หรือไม่ คุณจะเริ่มเห็นภาพชัดเอง จากนั้นก็วางแผนแบบยืดหยุ่น ไม่ต้องเป๊ะ แต่ต้องมีทิศทาง เพราะผู้ชายที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่รู้ทุกอย่าง มันอาจถูกหรือผิดก็ไม่เป็นไร แค่ไม่ปล่อยให้ชีวิตไหลไปเรื่อย ๆ ก็โอเคแล้ว 4. ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน อายุ 30 คือวัยที่เงินเริ่มมีความหมายมากกว่าความสนุก หลายคนมีรายได้มากกว่าวัย 20 แต่กลับไม่มีเงินเก็บ ไม่รู้ว่าเงินหายไปไหน และใช้เงินไปกับการเยียวยาความเครียดมากกว่าการสร้างอนาคต ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หาเงินได้น้อย แต่อยู่ที่ไม่เคยจัดการเงินอย่างจริงจังเลยต่างหาก สิ่งที่ควรเริ่มทำแทนคือ แยกเงินให้ชัดระหว่างเงินใช้ เงินเก็บ และเงินลงทุน มีเงินสำรองอย่างน้อยหกเดือน เริ่มเรียนรู้เรื่องการลงทุน คุณไม่จำเป็นต้องเก่งถึงขั้นผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน ขออย่าหลับตาไม่รู้เรื่องเลยก็พอ เพราะเงินอาจไม่ใช่ทุกอย่างก็จริง แต่การไม่มีเงิน จะจำกัดแทบทุกอย่างในชีวิตผู้ชายวัย 30 5. กลัวความล้มเหลวมากกว่าการเสียเวลา ผู้ชายวัยสามสิบจำนวนมากไม่กล้าลอง เพราะกลัวพลาด กลัวเปลี่ยนงานแล้วชีวิตจะไม่มั่นคง กลัวเริ่มใหม่แล้วดูโง่ และกลัวไม่สำเร็จจนเสียหน้า ความกลัวเหล่านี้ทำให้หลายคนเลือกอยู่นิ่ง ๆ ทั้งที่รู้ว่าชีวิตควรไปไกลกว่านี้ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความล้มเหลว คือ การรู้ตัวตอนอายุ 40 ว่าไม่เคยกล้าลองอะไรเลย สิ่งที่ควรทำคือมองความล้มเหลวเป็นข้อมูล ไม่ใช่คำตัดสิน แล้วคุณจะผิดพลาดน้อยลงเรื่อยๆ และถามตัวเองเสมอว่า ถ้าไม่ลองตอนนี้ จะรอไปถึงเมื่อไหร่ ไม่ต้องกลัวว่าจะสายเกินไป เพราะอายุ 30 ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดเพราะยังมีแรง มีเวลา และมีประสบการณ์ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกันก็ได้ แค่เลือกหนึ่งเรื่องที่กระทบชีวิตมากที่สุดก่อน หากยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากได้อะไร ให้เริ่มจากตัดสิ่งที่กำลังทำร้ายชีวิตออกก่อน แล้วความชัดจะค่อย ๆ ตามมาเอง บทความที่คุณอาจสนใจ 3 นิสัยตอนเช้าที่ผู้ชายดูแพงมักทำกัน 10 นิสัยที่ผู้ชายควรทิ้งไว้ในปีเก่า ถ้าอยากก้าวหน้าและรวยขึ้นในปี 2026 รวมคำพูดที่ทำให้ดูดีมีเสน่ห์ขึ้น 200% เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ แค่ปรับวิธีพูด นิสัยเล็ก ๆ ที่ทำให้ผู้ชายดูน่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องพยายาม ลงทุนฉบับชายวัย 40+ ผู้ชายวัย 40+ ควรลงทุนอะไร เพื่อชีวิตที่สดใสในอนาคต

วิธีพูดให้ลูกน้องรัก วลีเสริมพลังบวกฉบับผู้นำมือโปร เปลี่ยนทีมที่ท้อให้เป็นทีมที่ชนะ
อ่าน

วิธีพูดให้ลูกน้องรัก วลีเสริมพลังบวกฉบับผู้นำมือโปร เปลี่ยนทีมที่ท้อให้เป็นทีมที่ชนะ

เป็นหัวหน้าคนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเปลี่ยนทีมที่หมดไฟให้กลับมาฮึดสู้ อาจเริ่มง่ายๆ แค่คำพูดของคุณเอง วิธีพูดให้ลูกน้องรัก วลีเสริมพลังบวกฉบับผู้นำมือโปร จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศอึมครึมให้กลายเป็นพลังบวก เปลี่ยนทีมที่ท้อให้เป็นทีมที่ชนะ ด้วยศิลปะการสื่อสารที่ได้ทั้งงานและได้ทั้งใจ ใครอยากเป็นผู้นำที่ลูกน้องอยากเดินตามห้ามพลาดเทคนิคนี้ วิธีพูดให้ลูกน้องรัก วลีเสริมพลังบวกฉบับผู้นำมือโปรเปลี่ยนทีมที่ท้อให้เป็นทีมที่ชนะ หมวด: สร้างความเชื่อมั่นและปลุกใจ "งานนี้ท้าทาย แต่ไม่มีอะไรที่ทีมเราทำไม่ได้ ถ้าเราลุยไปพร้อมกัน" "ผมไม่ได้มองหาความสมบูรณ์แบบ แต่ผมมองหาความตั้งใจที่เต็มร้อยของทุกคน" "อย่ากลัวที่จะผิดพลาด ผมอยู่ตรงนี้เพื่อซัพพอร์ตพวกคุณเสมอ" "ชัยชนะของทีม คือชัยชนะของคุณทุกคน" หมวด: ความห่วงใยและสายสัมพันธ์ "เหนื่อยไหมครับ? ขอบคุณจริงๆ ที่ทุ่มเทเพื่อทีมขนาดนี้" "วันนี้พักผ่อนนะ งานสำคัญก็จริง แต่สุขภาพของคุณสำคัญกว่า" "มีอะไรที่ผมจะช่วยแบ่งเบาภาระคุณได้บ้าง บอกมาได้เลยนะ" "ถ้ามีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ผมยินดีรับฟังเสมอนะ" "เห็นทุกคนเต็มที่ขนาดนี้ ผมสัญญาว่าจะดูแลผลตอบแทนและความก้าวหน้าให้ดีที่สุด" "ไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันเถอะ มื้อนี้ผมดูแลเอง แทนคำขอบคุณที่เหนื่อยกันมา" หมวด: พลังของการทำงานเป็นทีม "ไม่มีใครเก่งที่สุดในห้องนี้ เพราะความเก่งของเราเกิดจากการรวมตัวกัน" "ส่งต่อพลังให้กันและกันครับ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแล้ว" "ทุกไอเดียของคุณมีค่า อย่าเก็บไว้คนเดียว พูดออกมาได้เลย" "เชื่อใจเพื่อนร่วมงานเหมือนที่ผมเชื่อใจคุณ แล้วเราจะแข็งแกร่งที่สุด" "ความขัดแย้งทำให้เราโตขึ้น แต่อย่าลืมว่าเรามีเป้าหมายเดียวกัน" หมวด: วิสัยทัศน์และการเติบโต "อุปสรรคมีไว้ให้เราข้าม ไม่ได้มีไว้ให้เราหยุด" "มาตรฐานของเราคือความยอดเยี่ยม และผมรู้ว่าพวกคุณทำได้สูงกว่านั้น" "ผมมองเห็นภาพพวกเราฉลองความสำเร็จด้วยกันอยู่เสมอ" "เปลี่ยนคำว่า 'ทำไม่ได้' เป็น 'ทำยังไงดี' แล้วเราจะพบทางออก" "จงภูมิใจในงานที่ทำ เพราะมันกำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่" "ผมไม่ได้แค่บริหารงาน แต่ผมกำลังสร้างอนาคตร่วมกับพวกคุณ" "ลุยให้สุดตัว แล้วมาดูซิว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน!" บทความที่คุณอาจสนใจ 5 นิสัยที่ทำให้ผู้ชายดูมีเสน่ห์ขึ้นในสายตาสาวๆ โดยไม่ต้องพูดเยอะ 10 ลักษณะ ผู้ชายที่มีเสน่ห์ แบบไหนโดนใจสาว ผู้หญิงเห็นแล้วชอบ วิธีสร้างเสน่ห์และความมั่นใจ ให้เป็นชายในฝันของสาวๆ

NCP เปิดแผนปี 69 ตั้งเป้าเติบโต 20-25%
อ่าน

NCP เปิดแผนปี 69 ตั้งเป้าเติบโต 20-25%

#ทันหุ้น - NCP เปิดแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าเติบโต 20-25% จากการขยายธุรกิจ Dedicated Telesale Outsourcing การเปิดตัวสินค้าใหม่ภายใต้ House Brand และการสร้างพันธมิตรเจาะกลุ่มฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ เสริมศักยภาพแข่งขันสู่การเติบโตที่ยั่งยืนนายศรัณย์ เวชสุภาพรประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไนซ์ คอล จำกัด (มหาชน)หรือNCPเปิดเผยถึงการดำเนินธุรกิจในปี2569ว่า ยังคงเป็นอีกปีที่มีความท้าทายจากปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ความไม่นิ่งทางการเมืองภายในประเทศ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก โดยบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ตามกลยุทธ์ที่วางแผนไว้ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าสำหรับ3กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่การจัดจำหน่ายสินค้าผ่านทางโทรศัพท์ (Telesales),ธุรกิจการให้บริการเพิ่มยอดขายสินค้าจากการขายครั้งแรก (Upselling Service)และธุรกิจการให้บริการบริหารพนักงานขาย (Dedicated Telesale Outsourcing)ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทตั้งเป้าเติบโต20-25%จากปีก่อนทั้งนี้ ในปี2569บริษัทมุ่งเน้นการขยายธุรกิจเดิมควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากออฟฟิศแห่งใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการต่อยอดธุรกิจDedicated Telesale Outsourcingด้วยโมเดลCrossSellingที่เชื่อมลูกค้าซึ่งขายสินค้าต่างกันแต่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเดียวกันให้มาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจบนแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มและการเติบโตไปด้วยกันไม่เพียงเท่านี้ บริษัทยังเดินหน้าสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทที่มีฐานลูกค้าวัยรุ่น ทั้งกลุ่มGen Zและกลุ่มGen Alphaซึ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อขยายตลาด เจาะฐานลูกค้าใหม่ และต่อยอดธุรกิจให้แข็งแกร่งในระยะยาวพร้อมกันนี้ บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ครอบคลุมทั้งHouse BrandและPartner Productsโดยในไตรมาสแรกได้เปิดตัวสินค้าHouse Brandของตัวเอง ได้แก่ เจลเสริมสมรรถภาพสำหรับผู้ชาย เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าผู้ชายวัยทำงานและวัยกลางคน และน้ำมันสกัดจากดอกไม้สำหรับผู้สูงอายุ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายและนอนหลับสบายขึ้น รองรับตลาดผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเติบโตสูง และสอดคล้องกับกระแสWellnessที่กำลังได้รับความนิยมนอกจากนี้ ยังมีแผนนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI)เข้ามาใช้ในกระบวนการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับมาตรฐานการให้บริการและตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดให้แข็งแกร่งและรองรับการเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืนรวมถึงการเพิ่มจำนวนพนักงานTelesalesทั้งพนักงานTelesalesประจำ และผู้ต้องขังภายในเรือนจำหรือทัณฑสถานหญิงที่ทำหน้าที่Telesalesตามโครงการ “คืนคนดีสู่สังคมกับกรมราชทัณฑ์” โดยการฝึกอาชีพและส่งเสริมทักษะการทำงานให้แก่ผู้ต้องขัง ประเภทการขายทางโทรศัพท์ (Telesales)“NCPเชื่อมั่นรายได้ปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้20-25%จากการขยายธุรกิจDedicated Telesale Outsourcing Serviceที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าอย่างตรงจุดในยุคที่ต้องการทีมขายมืออาชีพ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (House Brand)และการมองหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด” นายศรัณย์ กล่าว

เลิกงานไปดู “Send Help โปรดส่งใครมาช่วยฉันที” หนังระทึกที่อยากชวนพนักงานออฟฟิศไปดูด้วยกัน
อ่าน

เลิกงานไปดู “Send Help โปรดส่งใครมาช่วยฉันที” หนังระทึกที่อยากชวนพนักงานออฟฟิศไปดูด้วยกัน

งานหนักจนเครียด ต้องหาทางระบายSEND HELPโปรดส่งใครมาช่วยฉันทีภาพยนตร์ดาร์คคอเมดี้ ทริลเลอร์สั่นประสาท จาก20th Century Studiosผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับSam Raimiชวนไปปลดปล่อยแรงกดดันผ่านเสียงกรี๊ด กับเรื่องราวที่สะท้อนความจริงและภาพในหัวของเหล่าOffice Workerที่ต้องเผชิญกับToxic Bossได้อย่างถึงใจ เตรียมไประทึกให้สะใจ29มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ หรือถ้าเย็นนี้เลิกงานแล้วอยากกระตุ้นอะดรีนาลีนให้ใจเต้นแรง ไปดูก่อน ระทึกก่อน กับรอบพิเศษSneak Previewหลัง1ทุ่มเป็นต้นไป เช็คสาขาที่เข้าร่วมได้ในเว็บไซต์โรงภาพยนตร์ ถ้าต้องเจอToxic Bossในที่ทำงาน นี่คือภาพยนตร์ที่สะท้อนโครงสร้างองค์กรในระบบปิตาธิปไตย ที่ผู้หญิงคนหนึ่งถูกเอาเปรียบโดยระบบชายเป็นใหญ่ในที่ทำงาน ถูกกดทับด้วยโครงสร้างองค์กร และต้องเผชิญกับหัวหน้าที่ร้ายกาจแบบสุด ๆ ปฏิบัติต่อเธออย่างไม่ยุติธรรม จนทำให้เธอไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ทั้งที่มีศักยภาพเพียงพอ ถ้าทุกวันนี้คุณต้องเจอกับหัวหน้าตัวร้าย การไปดูเรื่องราวของตัวเอกในSEND HELPโปรดส่งใครมาช่วยฉันทีอาจทำให้รู้สึกว่าบอสเรายังไม่ร้ายเท่าบอสเธอและแอบสะใจไปกับการเอาคืนที่สร้างความระทึกได้ถึงขีดสุด ถ้าคุณกำลังถูกมองข้าม ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงชีวิตของLinda Liddleผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และการวางแผนในบริษัทที่ปรึกษา เธอมีความสามารถโดดเด่นแต่กลับไม่ได้รับการเห็นคุณค่าอย่างที่ควรจะเป็น จนพบว่าตัวเองถูกมองข้ามจากการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองประธาน ทั้งที่สมควรได้รับ แถมเพื่อนร่วมงานยังเอาเปรียบและดูแคลนเธอแบบซึ่ง ๆหน้า Linda Liddleคือคนที่ทุกคนรู้จักในออฟฟิศ และไม่ว่าใครก็ต้องเคยเป็นLindaในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ที่ทำงานหนัก แต่กลับถูกมองข้าม ถึงเวลาแล้วที่ความยุติธรรมจะเกิดขึ้น อย่างน้อย ๆ ก็ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไปดูตัวละครที่สะท้อนตัวเรา แล้วให้Lindaเป็นตัวแทนทวงความยุติธรรมในSEND HELPโปรดส่งใครมาช่วยฉันที ถ้าอยากพลิกบทบาทในชีวิตจริง SEND HELPโปรดส่งใครมาช่วยฉันทีเป็นภาพยนตร์ทริลเลอร์เชิงจิตวิทยา โดดเด่นในการเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยจุดหักมุมและสถานการณ์ที่ทวีความตึงเครียด เมื่อLinda Liddle (รับบทโดยRachel McAdams)พนักงานที่ถูกมองข้ามและไม่เห็นคุณค่าอย่างที่ควรจะเป็น และBradley Preston (รับบทโดยDylan OBrien)หัวหน้าคนใหม่ผู้หยิ่งผยองและดูแคลนคนอื่น พบว่าพวกเขาต้องมาติดเกาะอยู่ด้วยกันแค่สองคน แทนที่จะร่วมมือเพื่อเอาชีวิตรอดอย่างที่ควรจะเป็น กลับกลายเป็นการห้ำหั่นทางจิตใจและไหวพริบ จนเกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจอย่างไม่คาดคิด และกลายเป็นความระทึกที่ปั่นประสาทแบบสุด ๆ งานนี้บอกเลยว่าทั้งตึงเครียดและชวนขำแบบดาร์ค ๆ แถมด้วยความสะใจสำหรับใครหลายคนที่อยากพลิกบทบาทในชีวิตจริง แต่ทำได้แค่ในหัว SEND HELPโปรดส่งใครมาช่วยฉันทีไม่เพียงได้Rachel McAdamsมารับบทเป็นพนักงานที่เคยถูกกดขี่ในออฟฟิศ และDylan O'Brienรับบทหัวหน้าตัวร้าย ยังพูดถึงประเทศไทย มีฉากถ่ายทำในเมืองไทย และมีนักแสดงไทยร่วมแสดงด้วย29มกราคมนี้ เตรียมพบกับความสั่นประสาท แฝงความขำแบบดาร์ค ๆ ของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ หรือถ้าอดใจไม่ไหว ซื้อตั๋วไปกรี๊ดกับรอบพิเศษSneak Previewได้แล้ววันนี้ หลัง1ทุ่มเป็นต้นไป เช็คสาขาที่เข้าร่วมได้ในเว็บไซต์โรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"ปูน มิตรภักดี" นักแสดงจาก ซีรีส์ "MISSING ห่วง หาย ตาย จาก" เปิดใจ จากความไม่มั่นใจ สู่บทเรียนชีวิตมากมาย
อ่าน

"ปูน มิตรภักดี" นักแสดงจาก ซีรีส์ "MISSING ห่วง หาย ตาย จาก" เปิดใจ จากความไม่มั่นใจ สู่บทเรียนชีวิตมากมาย

ถ้าพูดถึงนักแสดงหนุ่ม หน้าตาดี ที่มาพร้อมเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มที่ทำให้สาวๆละลาย ต้องมีชื่อของ ปูน มิตรภักดี หนึ่งในนักแสดงจากออริจินัลซีรีส์เรื่อง MISSING ห่วง หาย ตาย จาก ทางแอปพลิเคชันทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions NOW) หนุ่มสายเอนเตอร์เทนที่มักถูกจดจำในภาพลักษณ์ของเด็กหนุ่มพลังงานล้นเหลือ ผู้ที่สามารถหยิบจับความสนุกมาสร้างบรรยากาศดีๆให้กับคนรอบข้างได้เสมอ แต่ในบางครั้ง หลังรอยยิ้มที่มีความสุข หนุ่มคนนี้ก็มีเรื่องให้ต้องคิด จนล่าสุด เมื่อมีโอกาสได้พบเจอหนุ่มคนนี้ เลยได้มีการพูดคุย และพบว่าจริงๆแล้ว หนุ่มหล่อคนนี้เป็นคนที่คิดมากแบบขั้นสุด และมีความรู้สึกอ่อนไหวต่อความรู้สึกของผู้อื่น จนในบางครั้งกลายเป็นกำแพงที่สร้างความไม่มั่นใจให้กับตัวของเขาเอง "ปูน มิตรภักดี" นักแสดงจาก ซีรีส์ "MISSING ห่วง หาย ตาย จาก" ปูน ยอมรับว่า ภาพที่หลายๆคนเห็นจะเข้าใจว่า ผมดูเป็นคนมั่นใจและพูดเก่ง ซึ่งเรื่องมั่นใจยังไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ถ้าเรื่องพูดเก่ง ผมว่าค่อนข้างจะใช่ เพราะผมมีความรู้สึกว่า ผมอยากให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างมีความสุข สนุกไปกับเรา แต่ในบางครั้ง หลังจากที่สนุกสนานไปแล้ว ผมกลับมีความคิดที่ว่า สิ่งที่เราสร้างความสนุกไปนั้น หรือมุกตลกที่เล่นออกไป มันไปกระทบความรู้สึก หรือสร้างความลำบากใจให้ใครหรือเปล่า ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้ผมต้องหาวิธีบริหารการจัดการความรู้สึกของเรา ไปทำสิ่งที่เราชอบ ทำแล้วมีความสุขเพื่อคลายความกังวลตรงนั้นไป และอีกหนึ่งในวิธีการทำงานที่ผมยึดถือมาโดยตลอดเพื่อลดความกังวลในใจคือ การเคลียร์ให้จบและไม่ปล่อยให้ความรู้สึกตกตะกอน ผมรู้สึกว่า หากอะไรที่เราทำไปแล้ว รู้สึกว่าอาจล้ำเส้นขอบเขตความสบายใจของผู้อื่น ผมจะเดินเข้าไปขอโทษทันทีหลังจบงานเลยนะ เพื่อที่จะไม่เก็บความกังวลนั้นกลับไปคิด ผมมองว่าวิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเยียวยาใจของผม แต่ยังเป็นการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนร่วมงานอีกด้วย และถ้าเกิดว่าผมต้องเจอสถานการณ์ที่ยากจะควบคุม หรือต้องรับมือกับพลังงานลบ ผมจะยึดหลักคำว่า Lets go ซึ่งก็หมายถึงการปล่อยวางสิ่งที่ผ่านไปแล้วและหันกลับมาโฟกัสที่การควบคุมความคิดของตัวเอง สุดท้าย ปูน ทิ้งท้ายด้วยแง่คิดที่น่าสนใจว่า ผมอยากให้ผู้คนจดจำผมในฐานะนักแสดงที่เติบโตขึ้นตามวัยและเป็นคนที่ใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้าง มากกว่าแค่ภาพผู้ชายคนหนึ่งที่พูดเก่ง เพราะในความเป็นจริง ผมก็มีมุมที่พลังงานหมดและต้องการความเงียบเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเองเหมือนกับทุกคน ปัจจุบันผมยังคงตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองให้เป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นในทุกๆวัน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้ว่าผมจะเป็นคนที่มีความไม่มั่นใจแต่หากรู้วิธีจัดการใจที่ถูกต้อง ก็สามารถประสบความสำเร็จและใช้ชีวิตในวงการบันเทิงได้อย่างมีความสุขและสง่างามครับ#poon_mit12 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ MISSING ห่วง หาย ตาย จาก ทาง TrueVisions NOW เช็คลิสต์ 8 นักแสดงซีรีส์ "MISSING ห่วง หาย ตาย จาก" รวมคนคุณภาพไว้แน่นจอ "ไบร์ท นรภัทร" ปะทะ "นก ฉัตรชัย" ลุยสืบคดี ปลดปล่อยวิญญาณ ในซีรีส์ "MISSING ห่วง หาย ตาย จาก ออนแอร์ 15 ม.ค.นี้ทาง TrueVisions NOW

ปฏิเสธคนไม่เป็นทำไง 10 ประโยคบอกปัดแบบสุภาพ ช่วยทวงคืนเวลาให้ชีวิต โดยไม่ทำร้ายน้ำใจใคร
อ่าน

ปฏิเสธคนไม่เป็นทำไง 10 ประโยคบอกปัดแบบสุภาพ ช่วยทวงคืนเวลาให้ชีวิต โดยไม่ทำร้ายน้ำใจใคร

หลายคนคงเคยติดกับดักความเกรงใจปฏิเสธคนไม่เป็น จนเสียงานและเสียเวลาส่วนตัว การรู้วิธีปฏิเสธอย่างสุภาพจึงเป็นทักษะสำคัญที่ผู้ชายยุคใหม่ต้องมี มาดู 10 ประโยคบอกปัดแบบสุภาพ ที่ใช้ได้จริงทั้งในที่ทำงานและชีวิตประจำวัน ช่วยให้คุณกล้าปฏิเสธเพื่อทวงคืนเวลาให้ชีวิต โดยยังรักษาความสัมพันธ์และดูเป็นมืออาชีพ ไม่ทำร้ายน้ำใจใคร เปลี่ยนคุณให้เป็นคนใหม่ที่เด็ดขาดและยังสุภาพกัน ปฏิเสธคนไม่เป็นทำไง 10 ประโยคบอกปัดแบบสุภาพช่วยทวงคืนเวลาให้ชีวิต โดยไม่ทำร้ายน้ำใจใคร เรื่องงานหรือการขอความช่วยเหลือ ขอบคุณมากนะครับที่นึกถึงผม แต่ช่วงนี้งานล้นมือจริงๆ คงยังรับเพิ่มไม่ได้ครับ ตอนนี้ผมยังไม่สะดวกทำเรื่องนี้ให้จริงๆ ครับไว้โอกาสหน้าลองมาคุยกันใหม่นะ เกรงว่าผจะไม่มีความถนัดด้านนี้ กลัวว่าจะทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควรครับ การนัดหมายหรือการชวนไปงาน ขอบคุณที่ชวนนะครับ แต่วันนั้นมีนัดไว้ก่อนแล้วจริงๆ เสียดายมากเลย ช่วงนี้อยากพักผ่อนจริงๆ ครับ ขอตัวไม่ไปก่อนนะ ไว้รอบหน้าไม่พลาดแน่นอน พอดีมีธุระทางบ้านด่วนเลยครับ คงไปร่วมงานด้วยไม่ได้จริงๆ ข้อเสนอหรือการขาย ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ แต่ตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ครับ ขอรับไว้พิจารณาก่อนนะครับ ถ้าสนใจเพิ่มเติมจะติดต่อกลับไปเองครับ ประโยคกลางๆ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับพอดีติดภารกิจอื่นอยู่ ไม่สามารถปลีกตัวไปได้เลย ยินดีด้วยกับโปรเจกต์นี้นะครับ แต่ตอนนี้ผมอาจจะไม่ใช่คนที่เหมาะสมที่สุดที่จะช่วยได้ บทความที่คุณอาจสนใจ 5 นิสัยที่ทำให้ผู้ชายดูมีเสน่ห์ขึ้นในสายตาสาวๆ โดยไม่ต้องพูดเยอะ 10 ลักษณะ ผู้ชายที่มีเสน่ห์ แบบไหนโดนใจสาว ผู้หญิงเห็นแล้วชอบ วิธีสร้างเสน่ห์และความมั่นใจ ให้เป็นชายในฝันของสาวๆ

ทำงานอย่างไรให้เก่งขึ้น วิธีลัดบาลานซ์งานให้เสร็จไว มีเวลาเหลือ
อ่าน

ทำงานอย่างไรให้เก่งขึ้น วิธีลัดบาลานซ์งานให้เสร็จไว มีเวลาเหลือ

หลายคนเคยตั้งเป้าว่าจะทำงานเก่งขึ้น แต่สุดท้ายกลับจมอยู่กับงานที่ไม่เสร็จตามเวลา ปัญหาคือคุณไม่ได้ขาดความสามารถ แต่ขาดเทคนิคบาลานซ์งานให้เสร็จไว และมีเวลาเหลือสำหรับชีวิตส่วนตัว TrueID Sport จะพาคุณรู้จักวิธีลัดทำงานแบบมือโปร ที่ช่วยให้คุณจัดการงานได้เร็วขึ้น ลดความเครียด และยังมีเวลาพักผ่อนหรือทำสิ่งที่รัก ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้คุณทำงานอย่างมีระบบ ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่ทำได้จริง ทำงานอย่างไรให้เก่งขึ้น วิธีลัดบาลานซ์งานให้เสร็จไว มีเวลาเหลือ 1. ทำงานตามนาฬิกาชีวิต เลือกช่วงเวลาที่สมองแล่นที่สุด สำหรับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรืองานยาก ส่วนงานแอดมินหรือตอบอีเมลให้เก็บไว้ทำในช่วงที่พลังงานเริ่มลดลง 2. จัดการงานที่ใหญ่ที่สุดก่อน การจัดการงานที่ยากและสำคัญที่สุดเป็นอย่างแรก เมื่องานที่ใหญ่ที่สุดถูกจัดการ จะทำให้พลังใจและ พลังงาน ของคุณจะพุ่งสูงตลอดทั้งวัน 3. ใช้กฎ 1-3-5 และนิยามคำว่า "เสร็จ" จัดลำดับความสำคัญด้วยสูตร: งานใหญ่ 1, งานกลาง 3 และงานเล็ก 5 พร้อมกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนว่าแค่ไหนคือสำเร็จ เพื่อป้องกันโรคบ้าความสมบูรณ์แบบ ที่ทำให้งานไม่เดิน 4. เทคนิค Pomodoro และกฎพาร์กินสัน ฝึกจดจ่อด้วยการทำงาน 50 นาที พัก 10 นาที และลองจำกัดเวลาการทำงานให้สั้นลง เพราะการมีเวลาจำกัดจะบีบให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 5. จัดกลุ่มงาน และกฎ 2 นาที รวมงานประเภทเดียวกันไว้ทำทีเดียวเพื่อลดอาการสมองล้าจากการสลับโหมด และหากงานไหนใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที ให้จัดการทันทีเพื่อลดภาระใน To-do List 6. ใช้ AI และ Automation เป็นคู่คิด ลดเวลาการทำงานซ้ำซ้อนด้วยเทคโนโลยี ใช้ AI ช่วยร่างโครงสร้างงาน หรือใช้ Automation Tools ย้ายข้อมูลแทนการทำ Manual ช่วยประหยัดเวลาได้มหาศาล 7. โฟกัสกฎ 80/20 (Pareto Principle) ค้นหางาน 20% ที่สร้างมูลค่าและผลลัพธ์ 80% ให้เจอ แล้วทุ่มเททรัพยากรไปที่ตรงนั้น ส่วนงานที่เหลือให้ทำเท่าที่จำเป็นเพื่อให้ภาพรวมเดินหน้าต่อไปได้ 8. สร้างสภาวะลื่นไหลด้วย Deep Work ปิดการแจ้งเตือนทุกชนิดเมื่อต้องทำงานสำคัญ การถูกขัดจังหวะบ่อยๆ ทำให้สมองต้องใช้เวลาถึง 20 นาทีกว่าจะกลับมามีสมาธิเท่าเดิม การตัดขาดจากโลกภายนอกชั่วคราวจะทำให้งานเสร็จไวขึ้นเท่าตัว 9. วางแผนล่วงหน้าและตั้งเวลา "เลิกงาน" เตรียมลิสต์งานสำหรับวันถัดไปก่อนเข้านอน และกำหนดเวลาเลิกงานที่ชัดเจน เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและรีชาร์จพลังงานอย่างเต็มที่ ตัวอย่าง: To-do List สำหรับวันพรุ่งนี้ (สูตร 1-3-5) แบบที่ 1: สำหรับสายบริหาร/จัดการ (Managerial Focus) เน้น: การใช้สมาธิสูงในตอนเช้า และการบริหารคนในช่วงบ่าย ประเภทงาน รายการงาน (Task) ช่วงเวลาแนะนำ งานใหญ่ (1) Deep Work: วางโครงสร้างกลยุทธ์ทีมประจำไตรมาส 08:30 10:30 งานกลาง (3) เคลียร์อีเมลสำคัญที่ค้างมา (Batching รอบแรก) 10:30 11:30 ประชุมสรุปผลกับทีม (1-on-1) 13:30 15:00 รีวิวและอนุมัติงบประมาณการตลาด 15:00 16:00 งานเล็ก (5) เช็กยอดขายรายวัน 08:00 08:30 ส่งสติกเกอร์ขอบคุณ/ให้กำลังใจทีมในไลน์ หลังมื้อเที่ยง เซ็นเอกสารเบิกจ่าย (กฎ 2 นาที) 16:00 16:15 นัดหมายประชุมอาทิตย์หน้า 16:15 16:30 จัดลำดับความสำคัญงานวันมะรืน ก่อนเลิกงาน แบบที่ 2: สำหรับสายสร้างสรรค์ (Creative Digital Focus) เน้น: การถนอมพลังงานสมองเพื่อผลิตไอเดีย และใช้ AI ช่วยลดงานถึก ประเภทงาน รายการงาน (Task) ช่วงเวลาแนะนำ งานใหญ่ (1) Flow State: ผลิตวิดีโอหรือเขียนบทความหลัก 09:00 12:00 งานกลาง (3) ใช้ AI ช่วยร่างโครงสร้างคอนเทนต์โซเชียลย่อย 13:30 14:30 ออกแบบกราฟิกประกอบบทความ 3-5 รูป 14:30 15:30 วิเคราะห์ Analytics เพื่อปรับจูน SEO 15:30 16:30 งานเล็ก (5) จดไอเดียที่ผุดขึ้นมาระหว่างวันลง Note ตลอดทั้งวัน ตอบคอมเมนต์หน้าแฟนเพจ 11:30 12:00 เปลี่ยนรูปโปรไฟล์/หน้าปกตามแคมเปญ หลังมื้อเที่ยง ส่องเทรนด์ TikTok/X (จำกัด 15 นาที) ช่วงพักเบรก สำรองข้อมูล (Backup) งานลง Cloud ก่อนเลิกงาน แบบที่ 3: สำหรับพนักงานออฟฟิศ (General Office Day) เน้น: กำจัดงานที่เป็นคอขวดให้เสร็จไวที่สุด ประเภทงาน รายการงาน (Task) ช่วงเวลาแนะนำ งานใหญ่ (1) โปรเจกต์ที่หัวหน้าติดตามพิเศษ 09:00 11:00 งานกลาง (3) จัดเตรียมสไลด์/เอกสารสำหรับนำเสนอ 11:00 12:00 ติดต่อประสานงานแผนกอื่น (โทร/แชท) 13:30 14:30 เคลียร์งานธุรการที่ค้างคาให้จบ 14:30 16:00 งานเล็ก (5) ส่งไฟล์รายงานให้ทีม (กฎ 2 นาที) หลังมื้อเที่ยง สั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงานที่ขาด ช่วงพักบ่าย กรอก Time Sheet / บันทึกเวลา 16:30 16:45 จัดโต๊ะทำงานให้เรียบร้อย 16:45 16:55 เช็กลิสต์งานที่เสร็จเพื่อความภูมิใจ ก่อนเลิกงาน บทความที่คุณอาจสนใจ วิธี Hack ร่างกายผู้ชายสายสร้างกล้าม ดูแลตัวเองอย่างไรสร้างกล้ามได้ไว เวลาน้อยก็หุ่นดีได้ วิธีออกกำลังกายสำหรับผู้ชายเวลาน้อย รวมท่าปั้นหัวไหล่ผู้ชายเวลาน้อย ภายใน 15 นาที ไหล่สวยได้แม้ไม่มีเวลา วิธีกินตาม TDEE สำหรับผู้ชายอยากปั้นกล้าม กินอย่างไรให้ได้ผล Warm up กับ Cool down ต่างกันอย่างไรทำไมสำคัญต่อการสร้างกล้าม วิธีเลือกดัมเบลสำหรับผู้ชายให้เหมาะกับการออกกำลังกาย รวมท่าออกกำลังกาย Dumbbell Complex เวลาน้อยได้ผลมาก รวมท่าฝึกแกนกลางลำตัว แบบไม่หนัก ได้กล้ามสวยแก้ปวดหลัง ทำตามง่าย สาเหตุที่ออกกำลังกายหนักแต่ไม่มีกล้าม เปลี่ยนวิธีนี้กล้ามขึ้นแน่

วิธีดูแลคนเมาเหล้า ปาร์ตี้ปีใหม่นี้ เพื่อนเราต้องรอด
อ่าน

วิธีดูแลคนเมาเหล้า ปาร์ตี้ปีใหม่นี้ เพื่อนเราต้องรอด

แจก!วิธีดูแลคนเมาเหล้า ปาร์ตี้ปีใหม่นี้ ปาร์ตี้ไหนๆ เพื่อนเราต้องรอด เพราะเวลาปาร์ตี้เราจะสนุกแค่ไหนก็ได้ หัวเราะดัง ดื่มเต็มที่ เต้นให้สุด แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผู้ชายทุกแก๊งควรมีเหมือนกันคือ คนที่ไม่ปล่อยให้เพื่อนพัง เพราะเพื่อนเมาไม่ใช่เรื่องขำเสมอไป ถ้าดูแลไม่ดี อาจจบที่อุบัติเหตุ สุขภาพพัง หรือกลายเป็นความทรงจำปีใหม่ที่ไม่มีใครอยากจำ ลองเอาไกด์ไลน์นี้ไปเช็กเพื่อนกันดู จะได้กลับถึงบ้านกันแบบปลอดภัยทุกคน 1. ดูอาการให้เป็น อย่ารอให้ล้มก่อน อย่ารอจนเพื่อนล้มคาโต๊ะแล้วค่อยสนใจ สัญญาณอันตรายของคนเมาจะเริ่มชัดจากสิ่งเหล่านี้ เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ พูดไม่รู้เรื่อง พูดซ้ำ หน้าแดงจัด เหงื่อออก อาเจียน เงียบผิดปกติ หรือซึมมาก ถ้าเห็นอาการเหล่านี้ให้ถือว่า ถึงเวลาต้องดูแลทันที อย่าคิดว่า เดี๋ยวก็หาย 2. หยุดเหล้า แล้วเปลี่ยนเป็นน้ำทันที กฎง่าย ๆ แต่ต้องกล้าทำ คือ หยุดเหล้าให้เพื่อน เอาแก้วเหล้าออกจากมือ ยื่นน้ำเปล่า หรือน้ำเกลือแร่ ให้จิบทีละนิด ไม่ต้องรีบ อย่าปล่อยให้มีคนมาเติมเหล้าซ้ำ และอย่าหัวเราะกลบสถานการณ์ ความเท่ของผู้ชาย คือการ คุมเกมให้จบแบบปลอดภัย 3. จัดท่านั่งท่านอนให้ถูก (สำคัญมาก) ถ้าเพื่อนเริ่มง่วง หรือมีอาการคลื่นไส้ ห้ามให้นอนหงายเด็ดขาด ท่าที่ปลอดภัยที่สุดคือ นั่งพิงกำแพงหรือโซฟา หรือนอนตะแคง (ท่าพักฟื้น) เหตุผลสำคัญมาก คือช่วยลดความเสี่ยง สำลักอาเจียน ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้ 4. อย่าปล่อยให้กลับบ้านคนเดียว คนเมา ประเมินตัวเองไม่ได้ อย่าเชื่อคำพูดอย่าง ไหว ๆ ใกล้ ๆ เอง ไม่เมาหรอก ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือ เรียกรถให้ พาไปส่งถึงบ้าน หรือให้เพื่อนที่ไม่ดื่มดูแล 5. ถ้าอาเจียน ดูแลแบบไม่ต้องอาย ถ้าเพื่อนอาเจียน อย่าปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว ช่วยประคอง เตรียมน้ำให้บ้วนปาก เช็ดหน้า เช็ดตัว ให้พักในที่ปลอดภัย อย่ากดดันให้ดื่มต่อ อย่าแซวแรง ๆ ให้เสียศักดิ์ศรี 6. เมื่อไหร่ควรเรียกรถพยาบาล ถ้าเพื่อนมีอาการเหล่านี้ อย่ารอ อย่าลังเล หมดสติ หายใจช้าหรือไม่สม่ำเสมอ ตัวเย็น มือเท้าเย็น เรียกไม่ตอบ อาเจียนไม่หยุด มีผื่นแดงขึ้นผิดปกติ รีบโทรขอความช่วยเหลือทันที ชีวิตสำคัญกว่าความเกรงใจเสมอ บทความที่เกี่ยวข้อง เครื่องดื่มแก้แฮงค์ ไอเทมแก้แฮงค์ พร้อมวิธีแก้เมาค้าง สำหรับผู้ชายสายดื่ม อาหารแก้เมาค้าง เครื่องดื่มแก้แฮงค์ สำหรับผู้ชายสายดื่ม ดื่มอย่างไรให้ไม่แฮงค์ ไม่เมาค้าง ผู้ชายสายปาร์ตี้ต้องรู้ 5 วิธีฟื้นฟูร่างกายหลังปาร์ตี้ปีใหม่ คืนความสดชื่นให้หนุ่มๆ

10 นิสัยที่ผู้ชายควรทิ้งไว้ในปีเก่า ถ้าอยากก้าวหน้าและรวยขึ้นในปี 2026
อ่าน

10 นิสัยที่ผู้ชายควรทิ้งไว้ในปีเก่า ถ้าอยากก้าวหน้าและรวยขึ้นในปี 2026

มาก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยสิ่งที่จะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ด้วยการรีเซ็ตชีวิตในปี 2026 ให้เป็นปีที่ก้าวหน้า มีเงินเหลือ และชีวิตดีขึ้น ลองเช็กดูว่าคุณยังติดนิสัยเหล่านี้อยู่หรือเปล่า เพราะมันคือ ตัวฉุดรั้ง ที่ทำให้คุณไม่ไปถึงเป้าหมายที่ฝันไว้ 10 นิสัยที่ผู้ชายควรทิ้งไว้ในปีเก่า ถ้าอยากก้าวหน้าและรวยขึ้นในปี 2026 1. ติดกับดัก "รายได้เพิ่ม ไลฟ์สไตล์พุ่ง" (Lifestyle Inflation) หลายคนตกหลุมพรางเมื่อมีรายได้มากขึ้น ก็มักจะอนุญาตให้ตัวเองจ่ายแพงขึ้นเพื่อเป็น "รางวัลชีวิต" จนสุดท้ายทำงานหนักแทบตายแต่ไม่มีเงินเก็บ วิธีแก้: รักษาระดับการใช้จ่ายให้เท่าเดิมแม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แล้วนำเงินส่วนเกินไปลงทุน แยก "ความต้องการ" ออกจาก "ความจำเป็น" ก่อนจะซื้ออะไรใหม่ๆ ให้ถามตัวเองว่ามันช่วยให้ชีวิตดีขึ้นจริง หรือแค่ซื้อเพื่อให้ดูดีในสายตาคนอื่น 2. ลงทุนด้วย "อารมณ์" มากกว่า "เหตุผล" การซื้อหุ้นตามกระแสหรือรีบขายเพราะตกใจคือความเสี่ยงที่สุด ความมั่งคั่งต้องสร้างด้วยแผนและตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก วิธีแก้: ตั้งระบบลงทุนอัตโนมัติแบบ DCA (Dollar Cost Averaging) เพื่อตัดอารมณ์ออกไป และจัดพอร์ตสัดส่วนสินทรัพย์ (Asset Allocation) ให้เหมาะกับความเสี่ยงที่หัวใจคุณรับไหวจริงๆ 3. ฝากชีวิตไว้กับ "รายได้ทางเดียว" การมีรายได้ทางเดียวเปรียบเหมือนเก้าอี้ที่มีขาเดียว หากวันไหนถูกเลิกจ้างหรือเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ชีวิตคุณจะล้มครืนทันที วิธีแก้: งานประจำคือเงินเลี้ยงชีวิตในวันนี้ แต่การสร้าง Passive Income หรืออาชีพเสริม เช่น ทำคอนเทนต์ออนไลน์ หรือขายสินค้าดิจิทัล คือสิ่งที่จะเลี้ยงชีวิตและมอบอิสรภาพให้คุณในวันหน้า 4. หลงเชื่อ "กูรูปลอม" ในโซเชียล ในยุคที่ใครก็สถาปนาตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญได้เพียงแค่มีรถเช่าหรูๆ หรือคำพูดที่ดูดี เรามักตกเป็นเหยื่อของภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้น วิธีแก้: ใช้ตัวกรองที่เข้มงวด ดูผลงานและประสบการณ์จริง ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจะกล้าเปิดเผยทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว หรือเลือกเรียนรู้จากสถาบันที่มีมาตรฐานรับรองในระดับสากล 5. สมการ "เหลือค่อยออม" ที่ไม่มีอยู่จริง คนส่วนใหญ่มักใช้สูตร รายได้ - รายจ่าย = เงินออม ซึ่งสุดท้ายมักเหลือศูนย์ เพราะธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเห็นเงินเหลือ สมองจะหาเหตุผลมาใช้จ่ายเสมอ วิธีแก้: เปลี่ยนมาใช้สูตร "รายได้ - เงินออม = รายจ่าย" โดยการหักเงินออมทันทีที่เงินออก (Pay Yourself First) อย่างน้อย 10-20% เข้าบัญชีอัตโนมัติ 6. "ไถมือถือ" ฆ่าเวลา แต่ทำลายสมาธิ การเสพคลิปสั้นเพื่อแก้เครียดจะกระตุ้นโดพามีนให้คุณมีความสุขชั่วคราว แต่ต้องแลกมาด้วยพลังงานมหาศาลในการดึงสมาธิกลับมาทำงานเดิม ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างน่าตกใจ วิธีแก้: ใช้เทคนิค Pomodoro (25/5) โดยในช่วง 25 นาทีที่ทำงาน ให้เก็บมือถือไว้ในลิ้นชักหรือนอกห้อง และช่วงพัก 5 นาที ให้ลุกยืดเส้นยืดสายแทนการเล่นมือถือ เพื่อให้สมองและสายตาได้พักจริงๆ 7. ปฏิเสธไม่เป็น ชีวิตพัง การตอบตกลงทุกเรื่องเพราะอยากเป็นคนมีน้ำใจ คือการทรยศต่อเป้าหมายของตัวเอง และเป็นรูรั่วที่ใหญ่ที่สุดของความสำเร็จ วิธีแก้: ฝึกปฏิเสธอย่างสุภาพและมีเหตุผล จำไว้ว่าการพูด "No" กับคนอื่น คือการพูด "Yes" ให้กับเวลาและอนาคตของตัวคุณเอง 8. รอ "จังหวะที่ใช่" จนไม่ได้เริ่ม ความพร้อมที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง การนั่งคำนวณอยู่ในหัวมีแต่จะสร้างความกังวลที่เกินจริง วิธีแก้: ปัญหาหลายอย่างจะคลี่คลายเมื่อเราเริ่มก้าวเดิน หากเป้าหมายใหญ่จนน่ากลัว ให้ย่อยลงมาเป็นก้าวเล็กๆ ที่ทำเสร็จได้ภายใน 5 นาที แล้วลงมือทำทันที 9. คบเพื่อน "ตัวถ่วง" พลังชีวิต เพื่อนที่คอยหัวเราะเยาะความฝัน หรือมีแต่พลังงานลบ จะดึงคุณให้จมอยู่กับที่เพราะลึกๆ เขาไม่อยากเห็นคุณก้าวหน้าไปกว่าเขา วิธีแก้: การเลือกคบคนคือการรักษาอนาคต พยายามอยู่ใกล้คนที่มีเป้าหมายชัดเจนและพร้อมสนับสนุนกัน หากเลิกคบใครไม่ได้ทันที ให้ลดเวลาที่ใช้ร่วมกันลง แล้วนำเวลานั้นไปใช้กับสังคมที่ช่วยขยายเพดานความคิดของคุณ 10. "อดนอน" เพื่อโหมงาน การอดนอนไม่ใช่เหรียญตราแห่งเกียรติยศ แต่คือการกู้ยืมสุขภาพมาจ่ายคืนด้วยความเสื่อมถอยของสมอง การฝืนทำงานขณะล้าให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากการขับรถขณะมึนเมา วิธีแก้: จัดให้การนอน 7-8 ชั่วโมงเป็นหนึ่งใน "งานสำคัญประจำวัน" เพราะการนอนที่มีคุณภาพคือการ Recharge สมองให้ตัดสินใจได้เฉียบคมและสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ในวันรุ่งขึ้น บทความที่คุณอาจสนใจ วิธี Hack ร่างกายผู้ชายสายสร้างกล้าม ดูแลตัวเองอย่างไรสร้างกล้ามได้ไว เวลาน้อยก็หุ่นดีได้ วิธีออกกำลังกายสำหรับผู้ชายเวลาน้อย รวมท่าปั้นหัวไหล่ผู้ชายเวลาน้อย ภายใน 15 นาที ไหล่สวยได้แม้ไม่มีเวลา วิธีกินตาม TDEE สำหรับผู้ชายอยากปั้นกล้าม กินอย่างไรให้ได้ผล Warm up กับ Cool down ต่างกันอย่างไรทำไมสำคัญต่อการสร้างกล้าม วิธีเลือกดัมเบลสำหรับผู้ชายให้เหมาะกับการออกกำลังกาย รวมท่าออกกำลังกาย Dumbbell Complex เวลาน้อยได้ผลมาก รวมท่าฝึกแกนกลางลำตัว แบบไม่หนัก ได้กล้ามสวยแก้ปวดหลัง ทำตามง่าย สาเหตุที่ออกกำลังกายหนักแต่ไม่มีกล้าม เปลี่ยนวิธีนี้กล้ามขึ้นแน่

ท่าบริหารคอบ่าไหล่ฉบับผู้ชาย แก้อาการปวดเรื้อรังจากออฟฟิศซินโดรม ทำได้ที่โต๊ะ
อ่าน

ท่าบริหารคอบ่าไหล่ฉบับผู้ชาย แก้อาการปวดเรื้อรังจากออฟฟิศซินโดรม ทำได้ที่โต๊ะ

เมื่อเข้าวัย 30+ มวลกล้ามเนื้อในร่างกายยิ่งลดลงไปตามวัย และยิ่งในผู้ชายวัย 40 ที่เป็นช่วงภาระชีวิต หน้าที่การงานเข้มข้นด้วยแล้ว เวลาในการออกกำลังกายยิ่งหายาก รวมถึงปัจจัยในการใช้ชีวิต ยิ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อลดลง เมื่อกล้ามเนื้อลดลงก็เป็นตัวแปรที่ทำให้เมตาบอลิซึมทำงานถดถอยส่งผลให้อ้วนขึน การออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อและกระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิซึมจะช่วยให้หนุ่มวัย 40 ดูเด็ก ดูแข็งแรงขึ้นได้แต่หากคุณไม่มีเวลามากพอ TrueID Sport ได้จัดโปรแกรมออกกำลังกายสำหรับชายวัย 40 เวลาน้อยมาให้คุณแล้ว ท่าบริหารคอบ่าไหล่ฉบับผู้ชาย แก้อาการปวดเรื้อรังจากออฟฟิศซินโดรม ทำได้ที่โต๊ะ ท่าบริหารคอบ่าไหล่ด้วยตัวเอง 1. ก้มเอียงคอ ยืดกล้ามเนื้อคอด้านข้าง กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง กล้ามเนื้อบ่าส่วนบน (Trapezius) จุดสะสมความตึงเครียดหลัก กล้ามเนื้อยกสะบัก มักตึงเมื่อหลังค่อม กล้ามเนื้อคอด้านข้าง (Scalenes) ถ้าตึงอาจทำให้ปวดร้าวลงแขน สาเหตุที่พบบ่อย: คอยื่นจากการนั่งหน้าคอมพ์นาน ๆ หรือคุยโทรศัพท์แนบไหล่ ประโยชน์ ลดปวดศีรษะจากความตึงเครียด เพิ่มการเคลื่อนไหวของคอ ลดอาการคอแข็ง ปรับท่าทางให้ศีรษะอยู่กึ่งกลาง ลดอาการปวดร้าวลงแขนจากการกดทับเส้นประสาท วิธีทำ นั่งหรือยืนหลังตรง เท้าวางราบ ผ่อนคลายไหล่ หายใจออกให้ไหล่ตก ถ้ายืดคอซ้าย ใช้มือซ้ายจับเก้าอี้ดึงลงเล็กน้อย ค่อย ๆ เอียงศีรษะไปทางขวาเหมือนเอาหูเข้าใกล้ไหล่ (ห้ามก้มหน้า) วางมือขวาบนศีรษะเหนือหูซ้ายกดเบา ๆ เพื่อเพิ่มการยืด ค้าง 1530 วินาที หายใจลึก ๆ กลับสู่ตรงกลาง ทำซ้ำอีกข้าง 2. เก็บหดคาง เสริมความแข็งแรงคอด้านหน้า กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง กล้ามเนื้อคอส่วนหน้าชั้นลึก ช่วยพยุงศีรษะและรักษาแนวกระดูกคอ ประโยชน์ ฟื้นฟูแนวกระดูกสันหลัง ลดแรงกดบนหมอนรองคอ ลดความตึงที่ฐานกะโหลกศีรษะ เพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อคอ ทำให้รักษาท่าทางได้นานขึ้น วิธีทำ นั่งหรือยืนหลังตรงมองตรง คางขนานพื้น เลื่อนศีรษะไปด้านหลังช้า ๆ เหมือนดันลิ้นชักเข้า หลังส่วนบนต้องตรงค้าง 510 วินาที หายใจตามปกติ กลับสู่ตำแหน่งเดิม จากนั้นเลื่อนศีรษะไปด้านหน้าช้า ๆ จะเหมือนทำคางสองชั้น ค้าง 510 วินาที หายใจตามปกติ กลับสู่ตำแหน่งเดิม ทำ 1015 ครั้ง วันละ 23 รอบ โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกคอยื่น a { text-decoration: none; color: #464feb; } tr th, tr td { border: 1px solid #e6e6e6; } tr th { background-color: #f5f5f5; } 3. ยักไหล่และหมุนไหล่ คลายตึงบ่าและคอ กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง กล้ามเนื้อบ่าส่วนบน (Upper Trapezius) กล้ามเนื้อรอบสะบัก เช่น Rhomboids และ Middle Trapeziusสาเหตุที่ตึง: นั่งทำงานนาน ๆ ถือโทรศัพท์ หรือพิมพ์งานต่อเนื่อง ประโยชน์ คลายความตึงเครียดทันที: ยักไหล่สูงแล้วปล่อยลงช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อไหล่: หมุนไหล่เป็นวงกลมช่วยหล่อเลี้ยงข้อต่อและเพิ่มความยืดหยุ่น ปรับท่าทาง: หมุนไหล่ไปด้านหลังช่วยเปิดหน้าอก ลดไหล่ห่อ วิธีทำ การยักไหล่ นั่งหรือยืนหลังตรง ปล่อยแขนสบาย ๆ หายใจเข้า ยกไหล่ขึ้นหาหูสูงที่สุด ค้าง 35 วินาที หายใจออก ปล่อยไหล่ลงช้า ๆ ให้ผ่อนคลายที่สุด ทำซ้ำ 58 ครั้ง การหมุนไหล่ หมุนไปด้านหลัง: เริ่มจากไหล่ผ่อนคลาย หมุนไปด้านหน้า ยกขึ้น ดันไปด้านหลังบีบสะบัก ปล่อยลงทำช้า ๆ ให้วงกว้างที่สุด เน้นความรู้สึกเปิดหน้าอก ทำ 510 ครั้ง หมุนไปด้านหน้า: หมุนย้อนทิศทางเดิม เน้นยืดหลังส่วนบน ทำ 510 ครั้ง เคล็ดลับ: ทำได้บ่อยตลอดวัน โดยเฉพาะก่อนเริ่มงานหรือเมื่อรู้สึกตึง 4. ยืดไหล่ข้ามลำตัว ลดไหล่ตึงและเพิ่มความยืดหยุ่น กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง กล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านหลัง กล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ด้านนอกสาเหตุที่ตึง: ใช้แขนซ้ำ ๆ เช่น คลิกเมาส์ พิมพ์งาน ยกแขน ประโยชน์ เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อไหล่ ลดอาการไหล่ติด บรรเทาปวดบ่าร้าวไหล่ วิธีทำ นั่งหรือยืนตัวตรง ผ่อนคลายไหล่ เหยียดแขนขวาตรงไปข้างหน้า แล้วพาดข้ามหน้าอก ระดับเดียวกับไหล่ ใช้แขนซ้ายล็อกต้นแขนขวาเหนือข้อศอก (ห้ามกดที่ข้อศอก) ดึงเข้าลำตัวช้า ๆ จนรู้สึกตึงที่หลังไหล่ ลำตัวต้องไม่บิด ค้าง 2030 วินาที หายใจช้า ๆ คลายออก ทำซ้ำข้างละ 23 ครั้ง a { text-decoration: none; color: #464feb; } tr th, tr td { border: 1px solid #e6e6e6; } tr th { background-color: #f5f5f5; } 5. บิดลำตัวขณะนั่ง คลายหลังส่วนบนและสะบัก กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง กระดูกสันหลังส่วนอก (กลางหลัง) กล้ามเนื้อรอบสะบัก กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวด้านข้างสาเหตุที่ตึง: นั่งหลังค่อมนาน ๆ ทำให้ข้อต่อแข็งและกล้ามเนื้อเกร็ง ประโยชน์ เพิ่มความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง: ช่วยคลายการยึดติดของข้อต่อส่วนอก ลดปวดหลังและสะบัก: คลายแรงตึงที่สะสมจากการนั่งนาน กระตุ้นการไหลเวียนเลือด: ลดความเมื่อยล้าและทำให้รู้สึกสดชื่น วิธีทำ นั่งตัวตรงที่ขอบเก้าอี้ เท้าวางราบเข่าทำมุม 90 เพื่อให้สะโพกมั่นคง หายใจเข้าลึก ๆ ยืดหลังให้ยาวเหมือนมีเชือกดึงศีรษะขึ้น หายใจออก ค่อย ๆ บิดลำตัวไปทางขวาเริ่มจากเอวไล่ขึ้นไป วางมือขวาที่ด้านหลังเก้าอี้เป็นจุดยึด มือซ้ายวางบนเข่าขวาด้านนอกเพื่อช่วยเพิ่มแรงบิดเล็กน้อย มองข้ามไหล่ขวาเบา ๆ เพื่อให้คอได้บิดตาม (ห้ามบิดแรงหรือเร็ว) ค้าง 1520 วินาที หายใจช้า ๆ แล้วคลายกลับ ทำซ้ำด้านซ้าย บทความที่คุณอาจสนใจ วิธี Hack ร่างกายผู้ชายสายสร้างกล้าม ดูแลตัวเองอย่างไรสร้างกล้ามได้ไว เวลาน้อยก็หุ่นดีได้ วิธีออกกำลังกายสำหรับผู้ชายเวลาน้อย รวมท่าปั้นหัวไหล่ผู้ชายเวลาน้อย ภายใน 15 นาที ไหล่สวยได้แม้ไม่มีเวลา วิธีกินตาม TDEE สำหรับผู้ชายอยากปั้นกล้าม กินอย่างไรให้ได้ผล Warm up กับ Cool down ต่างกันอย่างไรทำไมสำคัญต่อการสร้างกล้าม วิธีเลือกดัมเบลสำหรับผู้ชายให้เหมาะกับการออกกำลังกาย รวมท่าออกกำลังกาย Dumbbell Complex เวลาน้อยได้ผลมาก รวมท่าฝึกแกนกลางลำตัว แบบไม่หนัก ได้กล้ามสวยแก้ปวดหลัง ทำตามง่าย สาเหตุที่ออกกำลังกายหนักแต่ไม่มีกล้าม เปลี่ยนวิธีนี้กล้ามขึ้นแน่

ซีอีโอ Nvidia ยอมรับ บริษัทเคยรอดมาได้ด้วยเงินลงทุนจาก Sega ในยุค 90
อ่าน

ซีอีโอ Nvidia ยอมรับ บริษัทเคยรอดมาได้ด้วยเงินลงทุนจาก Sega ในยุค 90

ทุกวันนี้ Nvidia ถือเป็นบริษัทที่มีมูลค่าในตลาดสูงถึงกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือราว 128 ล้านล้านบาท) แต่เพื่อน ๆ เชื่อมั้ยครับว่ากว่าพวกเขาจะมาถึงจุดนี้ได้ บริษัทเองก็เกือบจะไม่รอดอยู่แล้ว ซึ่งคุณ Jensen Huang ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Nvidia ได้เล่าความหลังในรายการพอดแคสต์ในช่อง Joe Rogan Experience บน YouTube ว่า ช่วงทศวรรษ 1990 ตัวเขาเองกับผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอีกสองคนได้พยายามหารายได้เข้ามายังบริษัทที่ตอนนั้นยังเพิ่งเป็นแค่ระดับสตาร์ทอัป โดยมีการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและนำเสนอโปรเจกต์ต่อผู้บริหารของ Sega ด้วยแนวคิดที่ว่า Nvidia สามารถสร้างเครื่องคอนโซล Dreamcast ให้กับ Sega ได้(ล่าง) รายการพอดแคสต์ของ Joe Rogan Experienceแต่สุดท้ายแล้ว Nvidia ก็ไม่สามารถทำงานนี้ได้สำเร็จ เพราะทางบริษัท ณ เวลานั้นยังไม่มีความสามารถด้านเทคนิคมากเพียงพอที่จะทำตามสิ่งที่ Sega ต้องการได้ และนั่นทำให้ Sega เลือกไปจับมือกับ VideoLogic ในการสร้างเครื่อง Dreamcast แทน หลังจากนั้น คุณ Jensen ก็ยังหวังที่จะได้เงิน 5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 160 ล้านบาท) ที่เป็นเงินค่าจ้างก้อนสุดท้ายสำหรับการทำงานตามสัญญา และกล่าวกับผู้บริหารของ Sega ว่าพวกเขาสามารถให้เงินก้อนนี้เป็นเงินลงทุนกับ Nvidia ได้นะ แต่ก็ยอมรับไปตรง ๆ ว่า Nvidia เองก็แทบไม่มีโอกาสทางธุรกิจเลย ดังนั้นก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเงินนี้อาจจะสูญไปเปล่า ๆ เหมือนกัน ทว่ามีผู้บริหารระดับสูงรายหนึ่งของ Sega ที่รู้สึกชื่นชอบคุณ Jensen และตัดสินใจมอบเงินก้อนนี้ไปให้ Nvidia ลงทุน ด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่าคุณ Jensen เป็นคนที่ซีอีโอของ Sega ชื่นชอบเท่านั้นต่อมา Nvidia ก็นำเงินก้อนนั้นมาใช้สร้างและขยายธุรกิจในวงการเกม และพอพวกเขานำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 1999 ด้วยมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ Sega จึงได้ถอนการลงทุนไป ซึ่งคุณ Jensen กล่าวว่าถ้า Sega ไม่ได้ถอนตัวออกไปในวันนั้น เงิน 5 ล้านดอลลาร์ก็น่าจะเพิ่มมูลค่ากลายเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์ในวันนี้ไปแล้วแปลและเรียบเรียงจากhttps://www.youtube.com/watch?v=3hptKYix4X8t=5567shttps://www.gamespot.com/articles/a-5-million-gift-from-sega-saved-nvidia/1100-6536736/

Work Life Balance เกม dystopian RPG แนวเสียดสีชีวิตมนุษย์เงินเดือน วางจำหน่ายบน Steam แล้ว!
อ่าน

Work Life Balance เกม dystopian RPG แนวเสียดสีชีวิตมนุษย์เงินเดือน วางจำหน่ายบน Steam แล้ว!

สำหรับใครที่กำลังมองหาเกม RPG ที่มาพร้อมกับการเสียดสีชีวิตมนุษย์เงินเดือน ได้อย่างเจ็บแสบ ต้องลองนี่เลย! Work Life Balance เกม dystopian RPG จาก LandUni Studio ที่ได้วางจำหน่ายบน Steam แล้ว! ตัวเกมจะพาเราไปสู่โลกอนาคตอันใกล้ที่ "บริษัท" คือศูนย์กลางของทุกสิ่ง และเราต้องใช้ชีวิตไปตามที่ถูกกำหนดไว้ จนกระทั่งมีข้อความปริศนาเด้งขึ้นมาถามว่า "คุณมีความสุขจริง ๆ หรือเปล่า?" และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตประจำวันอันแสนสงบของเราเริ่ม พังทลายลงอย่างช้า ๆ...Work Life Balance PV2ในอนาคตที่ดูเหมือนทุกอย่างจะถูกจัดระเบียบไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล ทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่เรื่องงาน บริษัทจัดเตรียมทุกอย่างให้ แต่ก็ต้องการทุกอย่างตอบแทนเช่นกัน ชีวิตกลายเป็นเหมือนเกม ทำภารกิจเพื่อสะสมแต้ม ปลดล็อกฉายา และใช้ชีวิตอย่างมีระบบแต่ไร้สีสันจนกระทั่งวันหนึ่ง ป๊อปอัปแปลก ๆ โผล่ขึ้นมาว่า “คุณมีความสุขจริง ๆ หรือเปล่า?” มันคือคำเชิญจากกลุ่มลึกลับที่เรียกตัวเองว่า “Work Life Balance Fellowship” และตั้งแต่วินาทีนั้น ชีวิตประจำวันอันแสนเรียบง่ายของเราก็เริ่ม พังทลายลงอย่างช้า ๆ...เกม dystopian RPG ที่ถามถึงความหมายของ “ความสุข” ภายใต้ระบบองค์กรที่ทำให้ชีวิตกลายเป็นแค่ภารกิจหนึ่งสำรวจและพูดคุยกับผู้คนเพื่อเปิดเผยความจริงที่ถูกซ่อนไว้หลบหนีจากการจับตามองและแอบออกจากโต๊ะทำงานในฉากลอบเร้นสุดกดดันรวบรวมเบาะแสและไขปริศนาใน “Maze of Thought”เผชิญและโต้แย้งกับมุมมองที่แตกต่างใน “Maze of Debate”คุณจะยอมเดินตามระบบ หรือจะไขว่คว้าเสรีภาพที่ไม่มีใครรับประกันให้?ทุกการตัดสินใจของคุณจะกำหนดจุดจบของเรื่องราวนี้ดาวน์โหลดเกม Work Life Balance ได้ที่

"ลิลลี่ เหงียน" เปิดใจชีวิตโสด ลั่นต้องหาความรักจากตัวเองให้ได้
อ่าน

"ลิลลี่ เหงียน" เปิดใจชีวิตโสด ลั่นต้องหาความรักจากตัวเองให้ได้

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแม่ที่โสดมากกว่า 6 ปี สำหรับสาวโสดสายคอนเทนต์ ลิลลี่ เหงียน ล่าสุดมาเปิดใจในรายการวิดีโอพอดแคสต์ โสดโซไซตี้ (Single Society) ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment หรือ https://youtu.be/moOH7O2LuGM?si=HCzLyQiriRCh5F9a งานนี้ เอ๊ะ อิศริยา สายสนั่น เจ้าแม่สายโสด ถามจี้ปมแบบเปิดใจ เจาะลึกจนหมดเปลือก โดยเฉพาะเรื่องผู้ชาย หากเข้ามาหลอก ลิลลี่ เหงียน จะรู้ตัวหรือไม่ พร้อมตอบชีวิตนี้สามารถมีสามี 100 คนได้ แถมฝากแง่คิดบอกผู้หญิงด้วยกัน ให้หาความรักจากตัวเราเองก่อน อย่ามัวแต่ตามหารักจากผู้ชาย ไม่งั้นชีวิตจะเจ็บอยู่ซ้ำ ๆ "ลิลลี่ เหงียน" เปิดใจชีวิตโสด ลั่นต้องหาความรักจากตัวเองให้ได้ สมมติว่า ผู้ชายที่เข้ามาหาเรา เราจะรู้ตัวไหม ถ้าเขาเข้ามาหลอก? ลี่ต้องบอกอย่างงี้ว่า ลี่โง่ทุกเรื่อง ฉลาดเรื่องเดียวคือการเลือกผัว ลี่ไม่เคยพลาด เหตุผลที่ไม่เคยพลาดคือมีปมไงค่ะ มีปมพ่อแม่เลิก นี่ก็คิดว่าโอ้ ชีวิตคู่นี่มันไม่ธรรมดาแล้วเนี่ย เลือกคู่ต้องเลือกให้ดีนะ ต้องอยู่ที่ว่าเข้ารับพลังงานความสุขจากลี่ได้แค่ไหน แล้วลี่ได้รับความอบอุ่น จากเขาได้ไหม ถ้าคนไหนก็แล้วแต่ที่ลี่รับพลังงานอบอุ่นเจาะเลย มึงไปไหนกับกูไม่รอดแล้ว เป็นผัวลิลลี่แล้วแน่นอน จริง ๆ แสดงว่า ภาพลักษณ์ของเราเป็นคนลั้นลา น่าจะใครเข้ามาก็ได้หมด ไม่ใช่ ใช่ไหม กว่าจะเคาะเป็นคนนี้? เอาก็สามีเนี่ย ก็ยังคิดเลยว่าลี่ ไม่บริสุทธิ์แล้ว ด้วยความที่ลี่ชอบเที่ยวผับ ตอนเด็กๆเที่ยวก็ไม่ได้ดื่มเหล้า แต่ชอบเสียงเพลง ให้ทำอย่างไร เพลงมันอยู่ในหัวใจ ฉันชอบเที่ยวมันผิดหรือไงฯลฯ แล้ววันนึง เขาคงคิดว่าลี่ไม่บริสุทธิ์แล้ว ด้วยแบบนั้น คงคิดว่าลิลลี่คงไม่เหลือซากอะไรแล้วแหละ แต่พี่เชื่อนะ พี่เคยเจอเหมือนมีภาพลักษณ์ลั่นล้าเวลาเจอคน ดูไปกับคนนั้นคนนี้ แต่จริง ๆไม่ใช่ถ้าวันนึงที่มันต้องจริงใจ จริงจังเขาจะเลือก ไม่ใช่ได้ทั้งหมด? คือตลอด 6 ปี ที่ผ่านมา เราใช้ชีวิตด้วยความเจ็บปวด แล้วเราใช้ชีวิตด้วยความรักของจริงๆ เราก็คิดว่า เราก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่สตรองเหมือนกัน แล้วถ้าเกิดเราต้องเลือกผู้ชายเข้ามา หน้าที่ของคุณไม่ต้องทำอะไรเลยนะ คุณแค่รอรับความสุขจากลี่ไป แต่คุณไม่ต้องคิดว่าคุณต้องร่ำรวย เหมือนอดีตสามี คนเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว หรือเป็นขอทานใดๆ ก็แล้วแต่ ถ้าพลังงานของคุณทำให้ลี่มีความสุขได้ ลี่ก็เอาคุณฯลฯ แต่ว่า ต้องเข้ามาต้องเข้ามาต้องมาถาวรไหม ต้องอยู่กันยาวๆไหม? จากที่ลี่ได้อยู่กับตัวเองมา ได้สัมผัสกับตัวเอง เราเลิกกับแฟนผ่านๆมา เราไม่ได้มีคู่คนเดียวนะ เราจิตวิญญาณเราเกิดมาหลายภพ หลายชาติมากเลย เราไม่รู้ เราไปก่อกรรม สร้างบุญกรรมใคร เป็นคู่กรรมคู่บารมีกับใคร ลี่ได้คู่อุปถัมภ์กลับมา 3 คนแล้ว แต่คู่เวรคู่กรรมจะมาถึงหรือยังไม่รู้ คู่บุญคู่บารมีอีก ก็ยังไม่รู้ ชีวิตคนเรา ลี่เชื่อว่า ลี่มี 100 ผัวได้ หรือทำไม ก็คุณไม่มีความสุขกับลี่แล้วก็ออกไป ลี่ก็สามารถมอบความสุขให้กับคนอื่นได้ ถ้าคนอื่นรับความสุขของลี่ไม่ได้ ลี่ก็สามารถมอบความสุขให้กับตัวเองได้ คิดแค่นี้ สุดท้าย ลิลลี่ เหงียน ฝากถึงเหล่ารุ่นน้องผู้หญิงด้วยกัน(แง่คิดตนเอง) ฟังพี่นะลูก การที่เราเป็นผู้หญิง เราอยากมีความรักดีๆนะลูก เราจะต้องหาความรักจากตัวเราให้เจอก่อน อย่าเพิ่งรีบมี จะมีผัวต้องพิถีพิถันลูก ถ้าอยากหาผัวเลย เราเจ็บเองนะ คนอื่นช่วยไม่ได้นะ อย่ามาบอก แม่(เสียงร้องไห้) เขาเลิกกับหนูแล้วจะทำไงดี แล้วก็ไปดื่มเรา หาใหม่ก็เจ็บอีก ดังนั้นจงสนิทกับความเหงา ความเหงาจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อเรา เราจะเข้าใจมันจริง ๆ แฟนๆ และเหล่าคนโสดทั้งหลาย สามารถรับชมรายการ โสดโซไซตี้ (Single Society) ทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ Official : KRP Entertainment #โสดโซไซตี้ #singlesociety #โสดแต่มีความสุข #โสดเป็นสุข #โสดเป็นเพื่อนกัน #โสดที่แปลว่าไม่มีใคร

บอร์ด TKN แต่งตั้ง”อรพัทธ์ พีระเดชาพันธ์” เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผล 28 ต.ค.68
อ่าน

บอร์ด TKN แต่งตั้ง”อรพัทธ์ พีระเดชาพันธ์” เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผล 28 ต.ค.68

#TKN #ทันหุ้น-บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด(มหาชน) หรือ TKN แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นางสาวอรพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ เข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทนนายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์โดยเริ่มดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไปนอกจากนี้มีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ดังนี้เดิม “นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ นายจิระพงษ์สันติภิรมย์กุล นางสาวพรธีรา รงคะศิริพันธ์ กรรมการสองในสามคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท”เปลี่ยนแปลงเป็น “นางสาวอรพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ นายจิระพงษ์ สันติภิรมย์กุล นางสาวพรธีรา รงคะศิริพันธ์กรรมการสองในสามคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท”นายยุทธ วรฉัตรธาร ประธานกรรมการ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสาหร่ายทะเลแปรรูปทั้งในและต่างประเทศภายใต้ตราสินค้า “เถ้าแก่น้อย” รวมถึงขนมขบเคี้ยว และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ขอให้ความเชื่อมั่นและมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยยังคงเดินหน้าการดำเนินงานตามแผนธุรกิจและเป้าหมายที่ได้วางไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันผลการดำเนินงานปี 2568 และปีต่อๆไป ภายใต้การดำเนินกลยุทธ์หลัก “3 GO: GO FIRM, GO BOARD, GO GLOBAL” เพื่อบริหารจัดการธุรกิจให้มั่นคงและแข็งแกร่งต่อเนื่อง แม้ว่า นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 แล้วก็ตาม“ทั้งนี้ การแต่งตั้งซีอีโอใหม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของ การบริหารความต่อเนื่อง (Continuity Management) เพื่อให้การเติบโตของบริษัทเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่สะดุด บริษัทฯ ขอให้ความมั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะไม่กระทบต่อการดำเนินงานและทิศทางกลยุทธ์หลักขององค์กร โดยการเติบโตและความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ที่ผ่านมานั้น มาจากความสามารถและการสั่งสมประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญของทีมผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรทุกส่วนงาน ซึ่งมีความชำนาญในอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวอย่างลึกซึ้ง โดยทีมงานทั้งหมดพร้อมที่จะสานต่อและผลักดันธุรกิจให้เติบโตตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้” นายยุทธ กล่าวล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ วันที่ 28 ตุลาคม 2568 มีมติแต่งตั้ง นางสาวอรพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) โดยนางสาวอรพัทธ์ เป็นผู้ร่วมดำเนินงานกับบริษัทมาตั้งแต่เริ่มต้น มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อสานต่อภารกิจนำพาองค์กรก้าวสู่การเติบโตในอนาคต ทั้งในด้านการขยายตลาดต่างประเทศ การรักษาส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตทั้งนี้ บริษัทฯ ขอให้ความมั่นใจว่าการดำเนินงานต่างๆ ยังคงยึดมั่นการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย รวมถึงสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรต่อไป

Hideo Kojima เผยวิสัยทัศน์ AI ในการพัฒนาเกม มองเป็น "เพื่อน" ช่วยงานน่าเบื่อ ไม่ใช่มาแทนที่คน
อ่าน

Hideo Kojima เผยวิสัยทัศน์ AI ในการพัฒนาเกม มองเป็น "เพื่อน" ช่วยงานน่าเบื่อ ไม่ใช่มาแทนที่คน

ในขณะที่วงการเกมกำลังเสียงแตก ฝ่ายหนึ่งเดินหน้านำมาช่วยสร้างอาร์ตหรือเขียนโค้ด อีกฝ่ายก็หวั่นเกรงว่าอาจจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ คุณ Hideo Kojima ผู้สร้างเกมดังอย่าง Metal Gear Solid และ Death Stranding ได้ออกมาแสดงจุดยืนต่อประเด็นร้อนเรื่องการใช้ AI ในการพัฒนาเกม โดยมองว่าเขานั้นเห็นอนาคตที่ตนจะได้ "ทำงานร่วมกัน" กับปัญญาประดิษฐ์ ไม่ได้ถูกแทนที่!โดยคุณ Kojima ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Wired Japan ว่าเขาไม่ได้ต่อต้าน AI แต่เชื่อว่ามนุษย์ควรเป็นผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ ส่วน AI สามารถเข้ามาช่วย "งานที่น่าเบื่อ" (tedious tasks) เพื่อลดต้นทุนและประหยัดเวลา"หลายคนใช้ AI ในงานสร้างสรรค์เพื่อค้นหาไอเดีย แต่ผมคิดว่า AI เป็นเหมือน 'เพื่อน' มากกว่า" Kojima กล่าว "เนื่องจากผมอยู่ในอุตสาหกรรมดิจิทัลมาตลอด ผมจะเป็นผู้นำในส่วนของครีเอทีฟ และใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ผมอยากให้ AI มาจัดการงานที่น่าเบื่อ นั่นจะช่วยลดต้นทุนและตัดเวลาลงได้""มันเหมือนกับการ 'ร่วมสร้าง' (co-creating) กับ AI มากกว่าแค่การใช้งานมัน" เขากล่าวเสริม "ผมมองเห็นอนาคตที่ผมจะยังคงก้าวนำอยู่หนึ่งก้าว และสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับ AI"มุมมองนี้สอดคล้องกับ Akihiro Hino ซีอีโอของ Level-5 ที่เผยว่าปัจจุบัน "โค้ดประมาณ 80-90% ถูกเขียนโดย AI" แล้วให้โปรแกรมเมอร์มนุษย์มาปิดงาน แต่เขาก็ย้ำว่าครีเอเตอร์ในอนาคตต้องมี "สุนทรียะ" ในการควบคุมเครื่องมือนี้ ในทางตรงกันข้าม Yoko Taro ผู้กำกับ Nier Automata กลับมองแง่ร้ายว่า AI จะทำให้คนตกงานครั้งใหญ่Akihiro Hino (ซ้าย) และ Yoko Taro (ขวา)ด้านแฟน ๆ เองก็เสียงแตกเช่นกัน ฝ่ายหนึ่งไม่สบายใจกับคำว่า "งานน่าเบื่อ" ที่คลุมเครือ เพราะกลัวว่างานที่ว่าอาจเป็นอาชีพของคนอื่น ขณะที่อีกฝ่ายก็เชื่อมั่นในตัว Kojima ว่าเขาแค่ต้องการใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่ใช้มันมาทำงานแทนคนทั้งหมดจะเห็นได้ว่าประเด็น AI ในวงการเกมยังคงซับซ้อน แม้แต่วิสัยทัศน์ของ Hideo Kojima ที่มอง AI เป็น "เพื่อนร่วมสร้าง" ก็ยังคงถูกตีความไปได้หลายแง่มุม และต้องรอดูต่อไปว่าทิศทางของอุตสาหกรรมนี้จะเป็นอย่างไรแปลและเรียบเรียงจากDexerto

10 วิธีจัดการความเครียดจากการทำงาน สร้างสมดุลชีวิตและเพิ่มความสุขในออฟฟิศ
อ่าน

10 วิธีจัดการความเครียดจากการทำงาน สร้างสมดุลชีวิตและเพิ่มความสุขในออฟฟิศ

ความเครียดจากการทำงานเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยความเร่งรีบและความคาดหวังที่สูงลิ่ว ไม่ว่าจะเป็น "มนุษย์เงินเดือน" หรือ "คนวัยทำงาน" ต่างก็เคยประสบกับภาวะ "เครียดสะสม" ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต หากปล่อยปละละเลย ความเครียดเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะ "หมดไฟในการทำงาน" (Burnout) ที่บั่นทอนประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง แต่ข่าวดีก็คือ "การจัดการความเครียด" ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของเราทุกคน วันนี้เราได้รวบรวม 10 วิธีจัดการความเครียดจากการทำงาน ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วว่าสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ช่วยให้คุณสามารถสร้าง "สมดุลชีวิตการทำงาน" (Work-Life Balance) และกลับมาทำงานได้อย่างมีพลัง มีความสุข และมีประสิทธิภาพอีกครั้ง พร้อมแล้วไปดูกันเลยว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้างที่จะช่วยให้คุณก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้ 10 วิธีจัดการความเครียดจากการทำงาน 1. จัดลำดับความสำคัญของงานอย่างชัดเจน ความรู้สึกถูกท่วมท้นด้วยงานมักเป็นสาเหตุหลักของความเครียด ลองใช้เทคนิค "การจัดลำดับความสำคัญของงาน" เพื่อแยกแยะงานที่ สำคัญและเร่งด่วน ออกจากงานที่ไม่เร่งด่วน การมี "To-do List" ที่เป็นระบบจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและลดความกังวลว่าจะมีงานตกหล่นไป 2. สร้างกิจวัตรการพักเบรกสั้นๆ สมองก็เหมือนกล้ามเนื้อที่ต้องการการพักผ่อน อย่าทำงานต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก ควรลุกออกจากโต๊ะทำงานทุกๆ 60-90 นาที เพื่อ "ยืดเส้นยืดสาย" หรือเดินไปรอบๆ การ "พักผ่อนสมอง" ด้วยการมองออกไปนอกหน้าต่าง หรือฟังเพลงผ่อนคลายเพียง 5 นาที สามารถช่วยลดระดับฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดได้ 3. ฝึกการหายใจและทำสมาธิ เมื่อรู้สึกเครียด ให้ลองหยุดและ "ฝึกหายใจเข้าลึกๆ" หายใจออกช้าๆ การกำหนดลมหายใจช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ซึ่งทำหน้าที่ "ผ่อนคลายความเครียด" การ "นั่งสมาธิ" เพียง 10-15 นาทีต่อวัน ไม่ว่าจะก่อนเริ่มงานหรือหลังเลิกงาน จะช่วยให้คุณมีสติและมีจิตใจที่สงบมากขึ้น 4. กำหนดขอบเขตเวลาทำงานให้ชัดเจน เพื่อป้องกัน "ภาวะหมดไฟในการทำงาน" คุณต้องแยกเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวออกจากกันให้เด็ดขาด เมื่อถึงเวลาเลิกงานแล้ว "หยุดคิดเรื่องงาน" และไม่นำงานกลับไปทำที่บ้าน การตั้งค่าสถานะในแอปพลิเคชันสื่อสารว่า "นอกเวลางาน" ก็เป็นวิธีที่ช่วยสื่อสารขอบเขตของคุณได้อย่างชัดเจน 5. ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อคลายเครียด การออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง โยคะ หรือแค่การเดินเร็ว สามารถช่วยให้ร่างกายหลั่ง "ฮอร์โมนแห่งความสุข (Endorphins)" ออกมา ซึ่งเป็นวิธี "ลดความเครียดจากการทำงาน" ที่ได้ผลอย่างมาก การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังช่วยให้คุณ "นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ" ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพจิตที่ดี 5 วิธีออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มสารเอ็นโดรฟิน เพิ่มฮอร์โมนความสุขพร้อมสุขภาพดี 5 เหตุผล การออกกำลังกายสามารถช่วยป้องกันอาการซึมเศร้า 6. ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่โต๊ะทำงาน สภาพแวดล้อมที่น่าอยู่มีผลต่ออารมณ์ ลองปรับโต๊ะทำงานให้เป็นพื้นที่ที่ทำให้คุณรู้สึกสบายใจ เช่น จัดโต๊ะให้สะอาด จัดระเบียบเอกสาร นำ "ต้นไม้ขนาดเล็ก" หรือของตกแต่งที่คุณชอบมาวาง การมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นจะช่วยลดความรู้สึกอึดอัดและเพิ่มพลังบวกให้กับการทำงาน 7. พูดคุยระบายความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจได้ อย่าเก็บความเครียดไว้คนเดียว การระบายความในใจกับ "เพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้" หัวหน้างาน หรือเพื่อนสนิท จะช่วยให้ความเครียดลดลงอย่างน่าประหลาดใจ การได้ "พูดคุยปรึกษาปัญหา" อาจช่วยให้คุณเห็นมุมมองใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหา และรู้สึกว่าคุณไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง 8. ปรับทัศนคติและมองโลกในแง่บวก เมื่อเจอปัญหา ลอง "ปรับเปลี่ยนความคิด" จากการมองว่าเป็นอุปสรรคเป็นการมองว่าเป็นความท้าทายที่รอการเรียนรู้ "คิดบวกเข้าไว้" ให้รางวัลตัวเองเมื่อทำงานได้ดีเล็กๆ น้อยๆ และไม่ตำหนิตัวเองอย่างรุนแรงเมื่อทำผิดพลาด การมี "ทัศนคติเชิงบวก" จะช่วยให้คุณรับมือกับแรงกดดันได้ดีขึ้น 9. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงคาเฟอีนเกินขนาด อาหารที่คุณกินมีผลโดยตรงต่อระดับความเครียด ควรเลือกรับประทาน "อาหารที่ดีต่อสุขภาพ" เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและน้ำตาลสูงเกินไป เพราะอาจทำให้คุณรู้สึกกระสับกระส่ายและเพิ่มความวิตกกังวลได้ 5 เครื่องดื่มที่มีแมกนีเซียม ลดความเครียด ซึมเศร้า ช่วยในการนอนหลับ 6 สูตรน้ำผักผลไม้ลดเครียด ลดโรค สารอาหารเยอะ ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง! 10. ให้เวลากับงานอดิเรกและความสนใจส่วนตัว สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้าง "Work-Life Balance" คือการมีเวลาสำหรับชีวิตส่วนตัว งานอดิเรกเป็นวิธีระบายความเครียดที่ดี หลังเลิกงาน ให้หาเวลาทำกิจกรรมที่คุณรัก เช่น "ดูหนัง ฟังเพลง" เล่นกีฬา หรือใช้เวลากับครอบครัวและคนที่คุณรัก การได้พักผ่อนอย่างแท้จริงจะช่วยเติมพลังและลดโอกาสในการเกิด "ความเครียดสะสม" ได้เป็นอย่างดี